รุ่งเช้าวันถัดมา เจียเหยาก็ออกเดินทาง
ในเวลาเดียวกัน อวี๋ซื่อจงกับหวังชี่ก็เริ่มจัดเตรียมเสบียง นำกำลังทหารสำรองหนึ่งหมื่นนายจากเจิ้นเป่ยมาช่วยคุ้มกันเสบียงไปส่งยังบริเวณใกล้ป่าทูโถว จากนั้นจู่หลู่จะส่งคนมารับช่วงต่อ
อวิ๋นเจิงมิได้รอให้เจียเหยานำทัพมาถึงแล้วจึงค่อยออกเดินทาง หลังจัดการเรื่องที่เหลือเรียบร้อย เขาก็นำกองทหารองครักษ์มุ่งหน้าไปหลิงโจวก่อน
กองทัพเป่ยหวนต้องติดตามกองทัพอาภรณ์โลหิตและกองกำลังของฟู่เทียนเหยี่ยน คุ้มกันเสบียงอีกส่วนหนึ่งไปส่ง
หลายวันต่อมา อวิ๋นเจิงกับพวกก็เร่งเดินทางมาถึงเขตหลิงโจว
จั่วเริ่นและคนอื่น ๆ ซึ่งออกเดินทางไปส่งเสบียงก่อนหน้า อยู่ห่างจากพวกเขาไปมากแล้ว
ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลิงโจว ทหารองครักษ์ที่ออกไปสำรวจเส้นทางก็ขี่ม้ากลับมารายงานว่า “ทูลฝ่าบาท แม่ทัพเฝิงอวี้กำลังนำทหารม้าสามพันนายมุ่งหน้ามาต้อนรับพ่ะย่ะค่ะ!”
“เฝิงอวี้?”
อวิ๋นเจิงยิ้ม ก่อนยกมือส่งสัญญาณให้กองทัพเร่งฝีเท้าไปสมทบกับเฝิงอวี้
ไม่นานนัก กองทหารม้าจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นในสายตาของอวิ๋นเจิง
เฝิงอวี้ควบม้าออกจากขบวนอย่างรวดเร็ว มาหยุดตรงหน้าอวิ๋นเจิงกับพวก
“ข้าน้อยเฝิงอวี้ คารวะฝ่าบาท พระชายา และฮูหยินเมี่ยวอิน!”
เฝิงอวี้กระโดดลงจากหลังม้า คำนับทั้งสามคน
“ลุกขึ้นเถิด!”
อวิ๋นเจิงพลิกตัวลงจากหลังม้าเช่นกัน ก่อนกวาดตามองเฝิงอวี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ฝ่าบาท นี่คือ...”
เฝิงอวี้มองอวิ๋นเจิงอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร
เมื่อสบสายตาของเฝิงอวี้ อวิ๋นเจิงก็หัวเราะเสียงดัง “เจ้าแต่งงานแล้วมิใช่หรือ? เปิ่นหวังอยากดูว่าเจ้าผอมหรืออ้วนขึ้นกันแน่”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
เฝิงอวี้เข้าใจในทันที แล้วหัวเราะตาม “ข้าน้อยมิกล้าปิดบังฝ่าบาท ข้าน้อยอ้วนขึ้นไม่น้อยจริง ๆ เพียงรอให้ได้รบกับแคว้นต้าเยวี่ยสักครา จะได้ลดไขมันบนกายเสียบ้าง!”
