ผ่านกล้องส่องทางไกล อวิ๋นเจิงมองเห็นกำแพงเมืองที่ทอดยาวขาดช่วงอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำได้อย่างชัดเจน
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกำแพงที่เพิ่งสร้างขึ้น!
นี่มันไม่ใช่วิธีที่เขาใช้ขัดขวางกองทัพพันธมิตรแคว้นต้าเยวี่ยกับฉิวฉือที่ทุ่งราบซัวเล่อหรอกหรือ?
โหลวอี้เจ้าคนสารเลวนั่น เห็นชัดว่ากำลังเอากลยุทธ์ของเขามาใช้เล่นงานเขา!
ก่อนหน้านี้ก็ใช้กลยุทธ์ม้าเพลิงพุ่งเข้าใส่ขบวนทัพ บัดนี้ยังลอกกำแพงเมืองที่สร้างแยกเป็นช่วง ๆ ไปใช้อีก
เจ้าคนผู้นี้ช่างมีใจใฝ่เรียนรู้ยิ่งนัก!
ยิ่งไปกว่านั้น กำแพงเมืองแห่งนี้ยังสร้างได้ดีกว่าที่เขาเคยสร้างไว้เสียอีก
ด้านในยังเห็นกระโจมอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีสถานที่คล้ายถ้ำซ่อนทหารอีกด้วย
ไม่รู้ว่าแคว้นต้าเยวี่ยส่งคนมาประจำการที่นี่มากเพียงใด
“นี่คือเรื่องน่าสนใจที่เจ้าพูดถึงหรือ?”
อวิ๋นเจิงหันไปมองเฝิงอวี้ ก่อนส่งกล้องส่องทางไกลในมือให้เมี่ยวอิน เพื่อให้นางทั้งสองได้ชื่นชมผลงานชิ้นเอกของโหลวอี้เช่นกัน
“อืม”
เฝิงอวี้ยิ้มพลางพยักหน้า “โหลวอี้ผู้นี้คิดจะใช้วิธีที่องค์ชายเคยใช้มาเล่นงานพวกเรา ช่างไร้เดียงสานัก!”
ไร้เดียงสาหรือ?
ดูเหมือน...จะไร้เดียงสาอยู่บ้างจริง ๆ!
แต่ความสามารถในการเรียนรู้ของโหลวอี้นับว่าไม่เลวทีเดียว
อวิ๋นเจิงยิ้มกับตนเอง ก่อนหันไปถามเฝิงอวี้ “แคว้นต้าเยวี่ยสร้างกำแพงเมืองไว้เพียงช่วงนี้หรือ?”
“มีเพียงช่วงนี้ขอรับ”
เฝิงอวี้พยักหน้า “พื้นที่แถบนี้ค่อนข้างราบเรียบ ส่วนที่อื่นเป็นเนินสูงต่ำมากกว่า ไม่ว่าจะตั้งรับหรือซุ่มโจมตี ล้วนทำได้ง่ายกว่า กระหม่อมเห็นว่าโหลวอี้สร้างกำแพงเมืองตรงนี้ ก็เพื่อบั่นทอนกำลังพลของพวกเราก่อนที่เราจะบุกกุยเป้ย ทั้งยังชะลอการรุกคืบ และสิ้นเปลืองเสบียงของเราให้มากที่สุด...”
