อีกฟากฝั่งแม่น้ำเกอหม่า
หลัวปู้ตันเจิงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่
พวกเขาคิดจะล่าถอย ทว่ากองทัพศัตรูกลับเกาะติดพวกเขาราวกับแผ่นหนังหมากฝรั่ง
ก่อนหน้านี้ เขายังคิดจะใช้กำลังพลหนึ่งหมื่นนายสกัดกั้นกองทัพศัตรู เพื่อให้ทัพหลักข้ามแม่น้ำเกอหม่าไปช่วยก้งปู้ได้โดยเร็ว
แต่กำลังพลหนึ่งหมื่นนายนั้นกลับพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วภายใต้การโจมตีอันดุดันของศัตรู
พวกเขาสูญเสียกำลังพลไปเปล่า ๆ มากมาย บัดนี้ยังต้องนำทัพใหญ่กลับมาเผชิญหน้ากับกองกำลังของจ้าวจี๋อีกครั้ง
หลังจากทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันต่อ จ้าวจี๋ก็ไม่เปิดฉากโจมตี
แต่เพียงทัพของพวกเขาถอยหลัง จ้าวจี๋ก็จะรุกไล่เข้ามา
บัดนี้ เขาตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หากคิดจะถอยกลับไปอีกฟากฝั่งแม่น้ำเกอหม่าบัดนี้ อย่างน้อยก็ต้องทิ้งทหารสามถึงสี่หมื่นนายไว้สกัดกั้นกองกำลังของจ้าวจี๋
แต่เขารู้ดีอยู่แก่ใจ หากทิ้งกำลังพลสามถึงสี่หมื่นนายไว้สกัดศัตรู ก็เท่ากับส่งคนเหล่านั้นไปตาย
เขาส่งกำลังพลออกไปแล้วกว่าสามหมื่นนาย ก่อนหน้านี้ยังสูญเสียไปอีกเกือบหมื่น
บัดนี้ กำลังพลในมือเหลืออยู่เพียงแสนเศษเท่านั้น
หากส่งทหารที่สวมเกราะครบครันอีกสามถึงสี่หมื่นนายไปตาย ต่อให้เขานำทัพข้ามไปถึงอีกฟากฝั่งแม่น้ำเกอหม่าได้ กำลังพลที่เหลืออยู่จะยังมีพลังรบสักเท่าใด?
หากทหารสามถึงสี่หมื่นนายสกัดการโจมตีอันดุดันของจ้าวจี๋ไม่อยู่ พวกเขาก็จะถูกพันแข้งพันขาอีก
หากถึงยามนั้น พวกเขาก็เสี่ยงจะถูกกวาดล้างทั้งกองทัพ
“จ้าวจี๋สารเลว! ช่างน่าแค้นใจนัก!”
หลัวปู้ตันเจิงหน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนจะด่าทอจ้าวจี๋อยู่ในค่ายอีกครั้ง
เขารู้ว่าจ้าวจี๋จงใจเหนี่ยวรั้งพวกเขา ทำให้พวกเขาถอยก็ไม่ได้ รุกก็ไม่ไหว
