ต้าฉานอวี๋แห่งเป่ยหวนส่งทูตมาอย่างนั้นหรือ?
อวิ๋นเจิงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
หูเจี๋ยคิดจะทำอันใดกัน?
ส่งทูตมาขอสงบศึกหรือ?
“ไปดูกัน!”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วพาเมี่ยวอินกับอวี๋ซื่อจงมุ่งหน้าไปทันที
“สีหน้าของท่านดูไม่สู้ดีนัก?”
เพิ่งเดินไปได้สองก้าว อวิ๋นเจิงก็สังเกตเห็นสีหน้าของอวี๋ซื่อจงผิดปกติ
“ทูตที่หูเจี๋ยส่งมาคือฟางอวิ๋นซื่อ แม่ทัพผู้สวามิภักดิ์ต่อศัตรูของต้าเฉียน!”
อวี๋ซื่อจงกล่าวด้วยความเคียดแค้น “กระหม่อมเห็นไอ้สารเลวนั่นแล้วอยากสับมันเป็นหมื่นชิ้น!”
“โอ้?”
อวิ๋นเจิงประหลาดใจเล็กน้อย “เล่ามาสิว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น”
อวี๋ซื่อจงพยักหน้า ก่อนค่อย ๆ เอ่ยปาก
ฟางอวิ๋นซื่อเป็นชาวอำเภอจงเจียง จวิ้นหยาง
ครั้งหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งแม่ทัพผู้ช่วยขั้นสามในกองทัพเป่ยฝู่ นับเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงในกองทัพเป่ยฝู่
ความพ่ายแพ้ย่อยยับของต้าเฉียนเมื่อหกปีก่อน เกี่ยวข้องกับไอ้สารเลวฟางอวิ๋นซื่อผู้นี้อย่างยิ่ง
หากฟางอวิ๋นซื่อไม่ทรยศไปเข้ากับศัตรู จนทำให้ปีกกองทัพถูกกองทหารม้าเหล็กเป่ยหวนบุกทะลวงได้โดยง่าย ต่อให้ต้าเฉียนพ่ายศึก ก็คงไม่พ่ายยับเยินถึงเพียงนั้น และฮ่องเต้เหวินอาจไม่ถูกล้อมไว้ด้วย
พอเอ่ยถึงไอ้สารเลวฟางอวิ๋นซื่อ อวี๋ซื่อจงก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นอีกครั้ง
ท่าทางราวกับอยากถลกหนังเลาะกระดูกฟางอวิ๋นซื่อเสียให้สิ้น
เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุ อวิ๋นเจิงก็พลันกระจ่างใจ
มิน่าเล่าอวี๋ซื่อจงจึงมีสีหน้าไม่น่าดู ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
