คืนนั้น อวิ๋นเจิงขลุกอยู่ในห้องหนังสือ วาดแบบทวนให้เสิ่นลั่วเยี่ยนด้วยตนเอง
ยิ่งวาดก็ยิ่งเพลิดเพลิน อวิ๋นเจิงพลันคิดขึ้นมาว่าควรตีอาวุธชุดใหม่ให้ทหารประจำจวนของตนด้วยหรือไม่
อาวุธมาตรฐานที่พวกเขาใช้อยู่ในยามนี้ ที่จริงไม่เหมาะกับทหารม้าเบา
หลังครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง อวิ๋นเจิงก็ล้มเลิกความคิดนั้น
ช่างเถิด!
ความคิดเหล่านั้นในหัว เก็บไว้ทำเมื่อไปถึงซั่วเป่ยแล้วกัน!
อยู่ในเมืองหลวง ควรทำตัวให้สงบเสงี่ยมไว้ก่อน
รุ่งเช้า อวิ๋นเจิงนำแบบไปมอบให้ช่างตีเหล็ก พร้อมกำชับเรื่องขนาดต่าง ๆ
หลังเหตุลอบสังหารเมื่อวาน จำนวนองครักษ์ที่ติดตามอวิ๋นเจิงยามออกจากจวนก็เพิ่มจากสองคนเป็นสี่คน
เดิมทีเขาคิดจะให้เสิ่นลั่วเยี่ยนมาเป็นองครักษ์ติดกาย แต่เสิ่นลั่วเยี่ยนผู้หยิ่งทระนงจะยอมได้อย่างไร?
“หยุด!”
ขณะอวิ๋นเจิงกำลังจะมุ่งหน้าไปยังเขาเมาเอ่อร์ เขาก็ร้องสั่งให้องครักษ์หยุดกะทันหัน
องครักษ์หลายคนยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ อวิ๋นเจิงก็พลิกกายลงจากม้าอย่างรวดเร็ว แล้วขวางหน้าคุณชายแต่งกายหรูหราสองคนไว้
ทั้งสองกำลังจะเอ่ยตำหนิ แต่พอเห็นองครักษ์ที่อยู่เบื้องหลังอวิ๋นเจิงก็หงอขึ้นมาทันที
“คุณชายท่านนี้ ท่านต้องการสิ่งใด?”
ทั้งสองมองอวิ๋นเจิงอย่างหวาดระแวง
“วางใจเถิด ข้าไม่ได้มาหาเรื่องพวกเจ้า”
อวิ๋นเจิงกล่าวปลอบทั้งสองก่อน แล้วชี้ไปยังลูกบาศก์กลไม้ในมือพวกเขา “ของสิ่งนี้ในมือพวกเจ้าได้มาจากที่ใด?”
“อ้อ ท่านหมายถึงลูกบาศก์กลนี่หรือ?”
