ข่าวด่วนที่ตู๋กูเช่อส่งมาทำให้อวิ๋นเจิงรู้สึกเร่งด่วนขึ้นหลายส่วน
แม้ป้อมซิงอานจะมีกำลังพลสามหมื่นนายรักษาการณ์อยู่ แต่กองทัพศัตรูมีถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย
ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการล้างแค้นที่เคยพ่ายแพ้คราก่อน กองทัพหนึ่งแสนห้าหมื่นนายนี้ เกรงว่าจะมีทหารชั้นยอดอยู่เป็นจำนวนมาก
ป้อมซิงอานจะเสียไปไม่ได้เด็ดขาด!
หากป้อมซิงอานถูกตีแตก พวกเขาย่อมต้องถอนทัพกลับไปช่วยเหลือ
บัดซบ!
บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายชอบแห่มาร่วมวงเสียจริง!
พวกเขามาล้างแค้นตน หรือไม่กลัวจ้าวจี๋ทางตะวันตกเฉียงเหนือจะมาล้างแค้นพวกเขาบ้างหรือ?
ทว่า บัดนี้องค์ชายสามสำเร็จราชการแทนพระองค์ ส่วนจ้าวจี๋ก็ไม่พอใจตนอยู่บ้าง
ด้วยนิสัยขององค์ชายสาม มีโอกาสสูงที่จะสั่งให้จ้าวจี๋ตรึงกำลังอยู่กับที่ แล้วเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ข้างสนาม
อืม…
เขาควรเขียนจดหมายสักฉบับ ส่งคนด่วนกลับเมืองหลวง!
เรื่องจะยกทัพหรือไม่ มิใช่องค์ชายสามจะตัดสินใจได้แต่ผู้เดียว!
ในราชสำนักยังมีเสด็จพ่อและเหล่าแม่ทัพอีกมากมาย!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว อวิ๋นเจิงก็เขียนจดหมายทันที ก่อนส่งคนควบม้าด่วนแปดร้อยลี้ไปยังเมืองหลวง
หากจ้าวจี๋ยกทัพโจมตีบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทราย เขาก็อยากเห็นนักว่าพวกนั้นยังกล้าบุกป้อมซิงอานอย่างหนักหน่วงต่อไปหรือไม่!
หลังอวิ๋นเจิงสั่งคนส่งจดหมายออกไป เสิ่นลั่วเยี่ยนจึงเอ่ยถามว่า “ไม่ส่งทหารไปช่วยป้อมซิงอานหรือ?”
“ยังไม่จำเป็นในยามนี้”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “ป้อมซิงอานมีกำลังทหารรักษาการณ์สามหมื่นนาย แม้ภูมิประเทศจะไม่อันตรายเท่าเมืองกุยเป้ย แต่กองทัพศัตรูก็ใช่ว่าจะยึดป้อมซิงอานได้โดยง่าย!”
ทางป้อมซิงอานมีถงกังคอยรักษาการณ์ ทั้งยังมีตู๋กูเช่อควบคุมภาพรวม
หากป้อมซิงอานตกอยู่ในอันตราย ตู๋กูเช่อย่อมส่งทหารจากเมืองอวี้เฟิงไปช่วยเหลือก่อน
