“องค์หญิง!”
ปู้ตูก้าวเข้ามาอีกครั้ง ยังคิดจะเกลี้ยกล่อมนาง
เจียเหยาขัดจังหวะปู้ตู พลางกล่าวอย่างร้อนใจว่า “ทัพศัตรูกำลังจะไล่ตามมาทันแล้ว ไม่มีเวลาพูดจาเยิ่นเย้อ!”
ปู้ตูลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนตัดสินใจเด็ดขาดในใจแล้วขยับเข้าไปใกล้อีกครั้ง “องค์หญิง โปรดฟังข้าสักประโยค...”
“เชิญท่านอาจารย์กล่าว!”
เจียเหยาทำท่าตั้งใจรับฟัง
“แท้จริงแล้วพวกเราสามารถ...”
ปู้ตูกำลังกล่าวอยู่ จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นอย่างไร้สัญญาณ เตรียมสับสันมือใส่ลำคอของเจียเหยา
ทั้งสองอยู่ใกล้กันเกินไป อีกทั้งเจียเหยาไม่ได้ระแวดระวังแม้แต่น้อย จึงไม่ทันตอบสนอง
ปัง!
สันมือฟาดลงมา
เจียเหยาครางอู้อี้ ก่อนหมดสติไปทันที
ปู้ตูประคองเจียเหยาไว้ พลางกล่าวเสียงขรึมว่า “โม่รื่อเกิน พาองค์หญิงไปเร็ว!”
“ข้าจะนำคนไปสกัดทัพท้าย!” โม่รื่อเกินส่ายหน้า สีหน้าเด็ดเดี่ยว
“เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอ!”
ปู้ตูตวาดว่า “จงพาองค์หญิงไปเดี๋ยวนี้!”
“ใต้เท้าปู้ตู!” โม่รื่อเกินขึ้นเสียงกะทันหัน “ท่านมีประโยชน์ยิ่งกว่าข้า! องค์หญิงสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิงแล้ว มีเพียงท่านที่ช่วยให้องค์หญิงกลับมามีกำลังใจได้!”
บัดนี้ใต้เท้าปู้ตูคือที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวขององค์หญิงเจียเหยา!
ด้วยความช่วยเหลือจากใต้เท้าปู้ตู หวังว่าองค์หญิงจะก้าวพ้นความหม่นหมองได้โดยเร็ว และกลับมาเป็นองค์หญิงผู้เปี่ยมความมั่นใจเช่นในอดีต
ความพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ จะโทษองค์หญิงก็ไม่ได้จริง ๆ
องค์หญิงคาดเดาได้ว่าศัตรูเพียงแสร้งทำทีบุกโจมตีราชสำนัก
ทว่านางคำนึงถึงหลายสิ่งมากเกินไป จึงมิได้เด็ดขาดเช่นวันวาน
