สามวันต่อมา หลังจัดการเรื่องราวต่าง ๆ เรียบร้อย อวิ๋นเจิงก็เริ่มออกตรวจเมืองต่าง ๆ ในซั่วเป่ยอย่างเป็นทางการ
การตรวจครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์การพัฒนาของแต่ละเมืองในซั่วเป่ย รวมถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบสถานการณ์ของเหล่าขุนนางในแต่ละเมืองด้วย
ยามอวิ๋นเจิงออกจากซั่วฟาง หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็ออกเดินทางไปยังราชวงศ์หลีอย่างเป็นทางการเช่นกัน
ครานี้อวิ๋นเจิงยังพาเสิ่นลั่วเยี่ยน พระชายาของตนไปด้วย
เดิมทีเขาคิดจะพาอวิ๋นชาง บุตรชายผู้สืบตำแหน่งไปด้วย เพื่อให้เด็กน้อยได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้าน แต่คิดไปคิดมาแล้วก็ช่างเถิด
ยามนี้ซั่วเป่ยยังหนาวเหน็บ หากเด็กน้อยติดตามพวกเขาไปทั่ว เกิดหนาวจนเจ็บป่วยขึ้นมาจะไม่ดี
หากอยากให้เด็กได้เห็นความทุกข์ยากของชาวบ้าน รอให้รู้ความมากกว่านี้แล้วค่อยพาไปดูเถิด!
การตรวจพื้นที่ในซั่วเป่ยครานี้ ไม่จำเป็นต้องพากองทหารองครักษ์ติดตามไปมากมาย เขาเพียงให้เสิ่นควนนำทหารองครักษ์ห้าร้อยนายร่วมทางไปด้วย
หลังเดินทางมาสองวัน พวกเขาก็มาถึงจุดแรกของการตรวจครั้งนี้
ซู่ฉวี
เมื่อทราบว่าอวิ๋นเจิงมาถึงซู่ฉวี อวิ๋นถิงก็นำคนออกจากเมืองมาต้อนรับด้วยตนเอง
“อวิ๋นถิง ผู้ว่าการซู่ฉวี คารวะท่านอ๋อง พระชายา และฮูหยินเมี่ยวอิน...”
นอกประตูเมือง อวิ๋นถิงคำนับอวิ๋นเจิงและคนอื่น ๆ อย่างนอบน้อม
อวิ๋นเจิงพลิกตัวลงจากม้า “พี่สี่ ท่านตั้งใจทำให้พวกเราลำบากใจกระนั้นหรือ?”
“มิใช่ มิใช่”
อวิ๋นถิงโบกมือซ้ำ ๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ยามอยู่กันตามลำพัง พวกเราจะเรียกขานกันฉันพี่น้องอย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่นี่มีคนมากมาย เรื่องราวก็มากมายมิใช่หรือ?”
