ซู่จ้านรับฟังคำพูดของอวิ๋นเจิงอย่างเงียบงัน
ทว่าภายในใจกลับตื่นตะลึงไปนานแล้ว
อวิ๋นเจิงดูเหมือนจะมองฉินผู่ได้ทะลุปรุโปร่งอย่างสิ้นเชิง
สิ่งที่เขาคาดเดาล้วนเป็นความจริง!
ฉินผู่และซีฉวี่คล้ายไม่มีสิ่งใดปิดบังต่อหน้าเขา
ประหนึ่งหญิงงามที่เปลือยกายอยู่ตรงหน้า
แต่กลับกัน พวกเขากลับเดาความคิดของอวิ๋นเจิงไม่ออกแม้แต่น้อย ไม่รู้จะคาดเดาอย่างไร
นอกจากความตื่นตะลึง ซู่จ้านยังรู้สึกหมดหนทางอย่างยิ่งขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อต้องเผชิญกับอวิ๋นเจิงเช่นนี้ กับต้าเฉียนเช่นนี้ หนทางของซีฉวี่อยู่ที่ใดกันแน่?
ถวายดินแดนและยอมสวามิภักดิ์ บางทีอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ
แต่ใช่ว่าทุกคนจะเลือกทางที่ดีที่สุด
กล่าวโดยสรุป ก็เพราะยังไม่ยินยอม และยังแอบหวังในโชคอยู่
ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย ใคร ๆ ก็คิดว่าผลแพ้ชนะยังไม่แน่นอน
หากฉินผู่เป็นทรราชไร้ปัญญาหรือเป็นคนไร้ความทะเยอทะยาน บางทีเขาคงถวายดินแดนและยอมสวามิภักดิ์ไปแล้ว
น่าเสียดาย ฉินผู่เองก็เป็นผู้มีความทะเยอทะยานและปณิธาน
อีกทั้งฉินผู่ยังมีความสามารถและวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่
เพียงแต่ยังเทียบอวิ๋นเจิงไม่ได้เท่านั้น
ผ่านไปเนิ่นนาน ซู่จ้านจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเลื่อมใส “สติปัญญาของท่านอ๋อง ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก!”
“เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าเดาถูกหรือ?”
อวิ๋นเจิงถามยิ้ม ๆ
“ถูกต้อง”
ซู่จ้านพยักหน้า ก่อนถอนหายใจอย่างจนใจ “ยามนี้อ๋องฉินผู่กำลังกลัดกลุ้มจริง ๆ เขารู้ดีแก่ใจว่า หากต้าเฉียนตกอยู่ในความวุ่นวายภายใน ซีฉวี่อาจยังมีโอกาส”
“แต่สถานการณ์ในยามนี้ ซีฉวี่ดูจะมองไม่เห็นความหวังแม้แต่น้อย”
