ซู่จ้านเองก็เป็นคนรู้ความ
จุดประสงค์ที่อวิ๋นเจิงแต่งตั้งทัวฮวนเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายขวา เขาย่อมมองออก
แน่นอนว่าเขาเชื่อเช่นกันว่าทัวฮวนมีความสามารถพอจะนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้
หากไม่นับจุดยืนของแต่ละฝ่าย เขาเองก็เห็นว่าการที่อวิ๋นเจิงให้ความสำคัญแก่ทัวฮวนเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่ง
หากอวิ๋นเจิงต้องการให้แคว้นที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าเฉียนยอมสวามิภักดิ์จากใจ ก็จำต้องทำเช่นนี้
“ในเมื่อมหาเสนาบดีกล่าวเช่นนี้แล้ว ข้าก็ไม่ขอพูดอันใดอีก มา ดื่มสุรากัน!”
อวิ๋นเจิงยิ้ม พลางยกจอกขึ้นเชื้อเชิญอีกครั้ง
จากนั้นทั้งสองก็ไม่พูดถึงเรื่องการยอมสวามิภักดิ์อีก
อาศัยโอกาสนี้ ซู่จ้านจึงขอคำชี้แนะจากอวิ๋นเจิงในเรื่องแนวทางการปกครอง
กล่าวว่าขอคำชี้แนะ แท้จริงแล้วก็คือหยั่งเชิง
แม้อวิ๋นเจิงจะเข้าใจ แต่ก็ไม่ปิดบัง บอกการตัดสินใจทั้งสิบข้อของตนแก่ซู่จ้านโดยตรง
เรื่องเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง
หากซู่จ้านตั้งใจสืบหา ไม่นานก็ย่อมรู้ได้
ทว่าเขาเล่าเพียงคร่าวๆ มิได้ลงรายละเอียดมากนัก
เมื่อฟังการตัดสินใจทั้งสิบข้อของอวิ๋นเจิงจบ ซู่จ้านก็ยิ่งเป็นกังวล
กองทัพแข็งแกร่ง ประชาชนเข้มแข็ง แคว้นมั่นคง!
นี่คือจุดมุ่งหมายหลักของการตัดสินใจทั้งสิบข้อของอวิ๋นเจิง
หากดำเนินการตามการตัดสินใจเหล่านี้อย่างจริงจัง ต้าเฉียนซึ่งมีดินแดนกว้างใหญ่และกำลังพลมากมายย่อมกลายเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ยากเหลือเกิน!
ยากยิ่งนัก!
ซีฉวีดูคล้ายจะไร้ซึ่งความหวังแล้ว
ความรู้สึกที่ถูกความสิ้นหวังอันไร้ขอบเขตโอบล้อมเช่นนี้ช่างทรมานนัก
“ความสามารถของท่านอ๋อง ทำให้ผู้อาวุโสเช่นข้าเลื่อมใสยิ่งนัก!”
