อวิ๋นเจิงพำนักอยู่ที่ด่านเป่ยลู่สามวัน
สามวันผ่านไป จางซวียังคงไม่เปลี่ยนใจ ยังคงต้องการพาหมิงเยว่กลับเมืองหลวง
แม้อวิ๋นเจิงจะเป็นห่วงความปลอดภัยของจางซวี แต่ก็ทำได้เพียงยินยอม
ก่อนออกเดินทาง อวิ๋นเจิงดึงจางซวีไปคุยอีกด้านหนึ่ง
“จำไว้ให้ดี หากพบอันตราย จงยอมอ่อนข้อเมื่อควรอ่อนข้อ จะขายข้าก็ขายได้! วิธีหมักสุรา เกลือบริสุทธิ์ และสิ่งอื่น ๆ ล้วนใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อรักษาชีวิตเจ้าได้!”
อวิ๋นเจิงกำชับจางซวีอย่างจริงจัง
วิธีหาเงินเหล่านั้นล้วนเป็นทุนสำหรับรักษาชีวิตของจางซวี
“ท่านอ๋อง นี่...ไม่ดีนักกระมัง?”
จางซวีมองอวิ๋นเจิงอย่างทั้งหัวเราะไม่ได้ทั้งร้องไห้ไม่ออก
“เหลวไหล ไม่ดีตรงไหน!”
อวิ๋นเจิงถลึงตาใส่จางซวี “ข้ายอมให้เจ้าบอกเรื่องเหล่านี้ออกไปทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิตไว้เสียยังดีกว่า ข้ายังมีวิธีหาเงินอีกมากมาย ไม่จำเป็นต้องสละชีวิตเพื่อปกปิดเรื่องพวกนี้”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง!”
จางซวีซาบซึ้งใจยิ่งนัก ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ข้าเพียงกลับเมืองหลวงสักเที่ยว ไม่แน่ว่าอาจไม่พบอันตรายใด ๆ ท่านอ๋องไม่ต้องเป็นห่วงข้า”
“จะมีอันตรายหรือไม่ เจ้าย่อมรู้แก่ใจ!” อวิ๋นเจิงถอนหายใจเบา ๆ “ข้าส่งจดหมายไปกราบทูลเสด็จพ่อแล้ว ทั้งยังชี้แจงความสำคัญของเจ้า เสด็จพ่อคงคุ้มครองเจ้าเป็นอย่างดีเช่นกัน แต่เจ้ากับหมิงเยว่ต้องระมัดระวังให้มาก อย่าเปิดโอกาสให้ผู้อื่นฉวยประโยชน์ได้”
อวิ๋นเจิงเป็นห่วงการเดินทางครั้งนี้ของจางซวีอย่างยิ่ง
เมืองหลวงเป็นสถานที่ที่เปรียบเสมือนวังวน
ภายในเมืองหลวงเต็มไปด้วยแผนร้ายทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น
หากพลาดเพียงนิดเดียว ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่มิอาจหวนคืน
