ยามเที่ยง ครอบครัวเซียวว่านโฉวต้อนรับอวิ๋นเจิงอย่างอบอุ่น
เซียวว่านโฉวผู้นี้นับว่าเป็นคนไม่เลว แม้ก่อนหน้านี้เขาจะดูแคลนอวิ๋นเจิงไม่ต่างจากเหล่าขุนนางทั่วราชสำนัก ทว่าการแสดงออกของอวิ๋นเจิงระหว่างคณะทูตเป่ยหวนมาเยือน ก็เพียงพอจะเปลี่ยนท่าทีที่เขามีต่ออวิ๋นเจิงได้แล้ว
เซียวว่านโฉวรู้ด้วยว่า ฮ่องเต้เหวินให้เซียวติ้งอู่สอนกลยุทธ์การศึกแก่อวิ๋นเจิง ก็เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปซั่วเป่ยของเขา
เมื่อรู้ว่าการเดินทางไปซั่วเป่ยของอวิ๋นเจิงเป็นเรื่องที่กำหนดแน่นอนแล้ว เซียวว่านโฉวก็เอ่ยปลอบใจอวิ๋นเจิงไม่หยุด
แท้จริงแล้วเป่ยหวนไม่ได้น่ากลัวถึงเพียงนั้น เป่ยหวนที่ไหนจะมีทหารม้าเกราะเหล็กถึงหกแสนนาย?
กองทหารม้าประจำการที่แท้จริงของเป่ยหวน เกรงว่าจะมีไม่ถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นนายด้วยซ้ำ
เพียงเพราะชาวเป่ยหวนเติบโตบนหลังม้าตั้งแต่เล็ก ทั้งยังมีม้าศึกอยู่มากมาย หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบขึ้นเมื่อใด เป่ยหวนก็สามารถเกณฑ์ทหารม้าหลายแสนนายได้ในทันที
ด้วยเหตุนี้ เป่ยหวนจึงกล้าประกาศอยู่บ่อยครั้งว่ามีทหารม้าเกราะเหล็กถึงหกแสนนาย
แต่ขีดความสามารถทางการทหารของทหารม้าที่เกณฑ์ขึ้นมาเป็นการชั่วคราว ย่อมแตกต่างจากทหารม้าประจำการอยู่มาก
เมื่อห้าปีก่อน ในศึกซั่วเป่ย ต้าเฉียนสูญเสียอย่างหนัก เป่ยหวนเองก็เสียหายไม่น้อย
บัดนี้ ทั้งต้าเฉียนและเป่ยหวนต่างยังอยู่ในช่วงเยียวยาบาดแผล
หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เป่ยหวนก็ไม่มีทางบุกซั่วเป่ย
เมื่อได้ฟังคำปลอบโยนของเซียวว่านโฉว อวิ๋นเจิงก็อดลอบหัวเราะมิได้
เขาไม่กลัวเป่ยหวนก่อเรื่อง กลัวก็แต่เป่ยหวนไม่ก่อเรื่อง!
หากเป่ยหวนไม่ก่อเรื่อง เขาคงชิงอำนาจได้ไม่ง่ายนัก
