ในเวลาเดียวกัน กองกำลังของอวิ๋นเจิงซึ่งพักฟื้นตลอดคืนก็เริ่มถอนกำลัง
หลังจากพักฟื้นตลอดคืน กำลังวังชาของคนในกองทัพฟื้นคืนมามากทีเดียว อวิ๋นเจิงเองก็ค่อย ๆ หลุดพ้นจากอารมณ์ด้านลบ กลับมาสงบเยือกเย็นดังเดิม
ในสนามรบ จะเศร้าโศกก็ได้ แต่จะเศร้าอยู่ตลอดไปไม่ได้!
เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพ ต่อให้เศร้าเพียงใดก็ต้องฮึดสู้ขึ้นมา
ทว่าเมื่อผ่านไปหนึ่งคืน ก็มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายสิบคนที่ทนไม่ไหว
ในสถานการณ์เช่นนี้ โอกาสที่ผู้บาดเจ็บสาหัสเหล่านั้นจะรอดชีวิตทั้งหมดนั้นเป็นศูนย์
ส่วนกำลังของม้าศึกกลับเริ่มตามไม่ทัน
แม้บริเวณนี้จะมีน้ำและหญ้าอุดมสมบูรณ์ แต่ม้าศึกเหล่านี้ควบตะบึงทางไกล อีกทั้งยังผ่านศึกต่อเนื่อง เมื่อไม่มีถั่วและอาหารม้าเสริม อาศัยเพียงหญ้าอย่างเดียว ย่อมฟื้นกำลังได้ไม่มาก
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังยึดม้าศึกมาได้ไม่น้อย
ม้ามากมายเพียงนี้ บริเวณใกล้ที่พักฟื้นก็ไม่มีหญ้ามากพอให้พวกมันกิน
คาดว่าม้าศึกไม่น้อยกินจนอิ่มเพียงสามส่วน มีเพียงม้าหลายพันตัวที่อวิ๋นเจิงสั่งให้ดูแลเป็นพิเศษเท่านั้นที่น่าจะอิ่มได้แปดส่วน
พวกเขาต้องรักษากำลังรบไว้ส่วนหนึ่ง หากข้าศึกไล่ตามมา เมื่อถึงคราวจำต้องสู้ พวกเขายังต้องอาศัยม้าเหล่านี้บุกทะลวงแนวข้าศึก
ยามนี้พวกเขาทำได้เพียงถอยไปยังจุดที่ข้ามแม่น้ำมาก่อน หากถึงคราวจำเป็น ก็ต้องสละม้าศึก ให้คนข้ามไปก่อนทางสะพานไม้ชั่วคราว ณ จุดน้ำแคบต้นน้ำ
ยามนี้ ต่อให้ม้าศึกมีค่าปานใด ก็ยังสู้เหล่านักรบผู้ผ่านศึกมานับร้อยครั้งไม่ได้
ทุกคนถอยทัพไปตลอดทาง อวิ๋นเจิงใช้คนจากหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณเป็นหน่วยสอดแนม ส่งออกไปตรวจการณ์ทางด้านหลังและทางซ้าย เพื่อดูว่ามีข้าศึกไล่ตามมาหรือไม่
สองชั่วยามต่อมา หน่วยสอดแนมสองคนที่ไปตรวจการณ์ทางด้านหลังควบม้ากลับมาอย่างเร่งร้อน
