งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ที่ไม่มีแขกมาเยือนสักคน กลับทำให้อวิ๋นเจิงเก็บเกี่ยวทรัพย์สินได้เต็มกระบุง
แม้ฮ่องเต้เหวินจะติดราชกิจจนเสด็จมาด้วยพระองค์เองไม่ได้ แต่ก็ยังรับสั่งให้คนนำของขวัญมามอบให้
เมื่อฮ่องเต้เหวินยังส่งของขวัญมา เหล่าองค์ชายและองค์หญิงย่อมไม่อาจไม่ส่งตาม
แม้แต่คนที่เขาไม่ได้ส่งเทียบเชิญไปหาอีกหลายคน ก็ยังให้คนนำของขวัญมามอบให้
ประเมินคร่าว ๆ เพียงของขวัญเหล่านี้ก็มีมูลค่าถึงหนึ่งแสนตำลึงเงิน
สิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวในยามนี้คือจะเปลี่ยนของพวกนี้เป็นเงินได้อย่างไร
เพิ่งรับของขวัญวันแรก พอวันรุ่งขึ้นก็เอาไปขาย หากเรื่องแพร่ออกไปคงไม่งามนัก!
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดจนถึงกลางดึกก็ยังคิดหาเหตุผลอันสมควรในการเปลี่ยนของเป็นเงินไม่ได้ ท้ายที่สุดจึงคร้านจะคิดต่อ
อย่างไรเสีย ตอนแต่งงานก็ยังต้องรับของขวัญอีกระลอก
ถึงเวลาค่อยคิดหาทางเปลี่ยนเป็นเงินพร้อมกันก็แล้วกัน!
ยามดึก ภายในวังหลวง
“ทางเจ้าหกเป็นอย่างไรบ้าง?”
ฮ่องเต้เหวินรับสั่งให้คนรอบข้างถอยออกไป ก่อนเรียกองครักษ์เงาเข้ามาสอบถามตามลำพัง
องครักษ์เงารายงานว่า “ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊แทบทั้งหมดส่งของขวัญไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ยกเว้นพระชายาองค์ชายหก ก็ไม่มีผู้ใดมาร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเองเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าหกมีท่าทีอย่างไร?”
ฮ่องเต้เหวินตรัสถามอีกครั้ง
องครักษ์เงากราบทูลว่า “ได้ยินคนในจวนกล่าวว่า องค์ชายหกดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ใคร่ดีพ่ะย่ะค่ะ ตอนเที่ยงก็ไม่ได้เสวยอาหาร ประทับอยู่ในสวนหลังจวนตามลำพังเป็นเวลานาน”
“เฮ้อ...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้เหวินก็อดถอนพระทัยไม่ได้
เด็กคนนี้ เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย?
ทั้งที่รู้ว่าจะไม่มีใครมาร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเอง ยังอุตส่าห์ส่งเทียบเชิญออกไปมากมาย
