ตำหนักว่านโซ่ว
ยังเหลือเวลาอีกเล็กน้อยกว่าจะเริ่มงานเลี้ยง
แต่ด้านนอกวังก็มีผู้คนมารออยู่มากมายแล้ว
นี่คืองานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตเป่ยหวนที่ฮ่องเต้เหวินทรงจัดขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ราชวงศ์ต้าเฉียนจะแสดงเกียรติภูมิ จึงไม่มีผู้ใดกล้ามาสาย
เป็นไปตามที่เสิ่นลั่วเยี่ยนคาดไว้ นอกจากพระญาติและเชื้อพระวงศ์แล้ว ผู้ที่มาล้วนเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก
ขุนนางที่มีตำแหน่งต่ำกว่าขั้นสามแทบไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม
“น้องหก วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาที่นี่หรือ?”
“ข้านึกว่าน้องหกจะเสแสร้งป่วยอีกเสียแล้ว!”
“นี่คือพี่หกหรือ? เหตุใดข้าจึงคล้ายไม่เคยพบหน้า?”
“เจ้าเพิ่งอายุเท่าไรเอง? อย่าว่าแต่เจ้าเลย พวกเรายังแทบไม่เคยพบพี่หกของเจ้า เขาพบหน้ายากยิ่งกว่าสตรีในห้องหอเสียอีก...”
เมื่ออวิ๋นเจิงกับเสิ่นลั่วเยี่ยนมาถึง บรรดาองค์ชายและองค์หญิงต่างพากันเยาะเย้ยเขา แม้แต่องค์ชายแปดที่เพิ่งอายุสิบสามก็ยังร่วมวงหัวเราะเยาะไปกับคนอื่น
เมื่อเผชิญกับคำเหน็บแนมถากถางของทุกคน เสิ่นลั่วเยี่ยนรู้สึกอัดอั้นจนแทบทนไม่ไหว แต่อวิ๋นเจิงกลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง สีหน้าไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
“น้องหก เหตุใดไม่พูดอะไรบ้างเล่า!”
องค์ชายห้า อวิ๋นถิง มองอวิ๋นเจิงด้วยสีหน้าล้อเลียน “ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าเอ่ยวาจาในท้องพระโรงได้คล่องแคล่วนัก ไฉนวันนี้กลับเงียบเสียเล่า?”
“นั่นสิ พี่หก!”
องค์ชายแปดหัวเราะเยาะ “พี่หกไม่แนะนำพระชายาองค์ชายหกให้พวกเรารู้จักหน่อยหรือ? เช่นนี้คงไม่เหมาะกระมัง?”
องค์ชายสองตบไหล่องค์ชายแปด “อย่าทำให้น้องหกลำบากใจเลย เจ้าเองก็รู้ข้อเสียของเขาอยู่แล้ว คนยิ่งมาก เขาก็ยิ่งไม่กล้าพูด...”
เสิ่นลั่วเยี่ยนทนฟังต่อไม่ไหว จึงรีบดึงแขนอวิ๋นเจิงเบา ๆ
พูดอะไรสักคำสิ!
พวกเขาเป็นองค์ชาย เจ้าเองก็เป็นองค์ชาย!
