เมื่อสิ้นเสียงของอวิ๋นเจิง ฮ่องเต้เหวินก็หันขวับมาทันที
“เชื่อหรือไม่ว่าเจิ้นจะเตะเจ้าตกทะเลสาบไปเสีย!”
แววตาของฮ่องเต้เหวินดุดันราวกับจะกินคน
อวิ๋นเจิงกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น “เสด็จพ่อ ลูกจำเป็นต้องได้ฟู่โจวจริง ๆ!”
เฮ้อ!
รู้อยู่แล้วว่าพอเอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับตาแก่ผู้นี้ ต้องถูกถ่มน้ำลายใส่เป็นแน่
“ได้สิ ลองบอกเจิ้นมาว่าเจ้าจะเอาฟู่โจวไปทำอะไร”
ฮ่องเต้เหวินหันกลับไป “จวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือยังจัดการเรื่องยุ่งเหยิงไม่เสร็จ เจ้าก็หมายตาฟู่โจวแล้วหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มเจื่อน “ลูกต้องการฟู่โจว ก็เพื่อปกครองจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือให้ดียิ่งขึ้นพ่ะย่ะค่ะ!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็อธิบายเหตุผลที่ต้องการฟู่โจวให้ฮ่องเต้เหวินฟังอย่างละเอียด
แม้ฟู่โจวจะมั่งคั่งสู้ภาคใต้ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าซั่วเป่ยมาก
ก่อนจะยึดแอ่งอุดมสมบูรณ์ที่กุ่ยฟางผลิตธัญพืชได้มากมายมาไว้ในมือ เขาจำเป็นต้องมีพื้นที่เพาะปลูกธัญพืชสักแห่ง
ยิ่งไปกว่านั้น หากพัฒนาการค้าในฟู่โจว ก็จะส่งผลไปถึงพื้นที่อื่นได้มากมาย
อีกประการหนึ่งคือการโยกย้ายผู้คนจากฟู่โจวไปยังจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วโยกย้ายผู้คนจากจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือกลับมายังฟู่โจว เพื่อให้ควบคุมจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้อย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนพื้นที่นั้นให้กลายเป็นดินแดนของต้าเฉียนโดยสมบูรณ์
การผสานกลมกลืนของชนชาติต่าง ๆ จะทำได้อย่างไรหากไม่มีผู้คน!
อวิ๋นเจิงยกเหตุผลมากมายมาบอกฮ่องเต้เหวินรวดเดียว
แน่นอนว่า บางข้อก็ฟังดูฝืนอยู่บ้าง แต่บางข้อก็มีน้ำหนักไม่น้อย
หลังฟังอวิ๋นเจิงจบ ฮ่องเต้เหวินก็ตกอยู่ในห้วงครุ่นคิด
ผ่านไปเนิ่นนาน ฮ่องเต้เหวินจึงถามว่า “เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า หากใช้เรื่องนี้บีบให้ราชสำนักยกฟู่โจวให้เจ้า ชื่อเสียงของเจ้าก็จะป่นปี้อย่างสิ้นเชิง ถึงตอนนั้นเจ้าจะถูกโจมตีใส่ร้ายไม่รู้จบ เกรงว่าคนไม่น้อยคงด่าเจ้าว่าเป็นกบฏทรยศแผ่นดิน...”
