นครหลวง
ฉินลิ่วก่านควบม้าตะบึงกลับนครหลวง ครั้นมาถึงก็เข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เหวินทันที
“กลับมาก็ดีแล้ว! มานั่งดื่มกับเราสักสองจอก!”
ฮ่องเต้เหวินยิ้มแย้มกวักมือเรียกฉินลิ่วก่านให้เข้ามานั่ง จากนั้นก็รับสั่งให้มู่ซุ่นและคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างกายถอยออกไป
“...”
ฉินลิ่วก่านเดินเข้าไป มองฮ่องเต้เหวินด้วยสีหน้าฉงน ก่อนจะคำนับ
“พอแล้ว ๆ”
ฮ่องเต้เหวินโบกมือ “ที่นี่ไม่มีคนนอก ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันถึงเพียงนั้น”
“อืม”
ฉินลิ่วก่านพยักหน้าก่อนนั่งลง แล้วมองฮ่องเต้เหวินด้วยสีหน้าพิกล “ฝ่าบาท...ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
เขานึกว่าฮ่องเต้เหวินโกรธจนกระอักโลหิตอยู่ในนครหลวง จึงควบม้าตะบึงกลับมาโดยหวังจะปลอบพระทัยสักหน่อย!
ใครจะคิดว่าพระองค์กลับทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
ดูท่าพระทัยยังเบิกบานอยู่เสียด้วย?
“เรามีเรื่องหรือไม่ เจ้ายังดูไม่ออกอีกหรือ?”
ฮ่องเต้เหวินยิ้มพลางถลึงตาใส่ฉินลิ่วก่าน “รินสุราเองสิ หรือจะให้เรารินให้?”
ใบหน้าแก่ของฉินลิ่วก่านกระตุกเล็กน้อย ในใจยิ่งฉงนหนักกว่าเดิม
เขารู้จักฮ่องเต้เหวินดีจริง ๆ
ท่าทีผ่อนคลายสำราญใจของฮ่องเต้เหวินในยามนี้ ดูไม่เหมือนเสแสร้งแม้แต่น้อย
แต่ตามนิสัยของฮ่องเต้เหวิน เรื่องของอวิ๋นเจิงสมควรทำให้พระองค์กริ้วเป็นอย่างยิ่งมิใช่หรือ!
นี่ทรงคิดตกกะทันหัน หรือเป็นอะไรไปกันแน่?
ฉินลิ่วก่านหยิบกาสุราขึ้นมารินให้ตนเอง ก่อนจะล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมายื่นให้ฮ่องเต้เหวิน “นี่คือจดหมายที่เหล่าลิ่วฝากกระหม่อมนำมาถวายพระองค์ ลองทอดพระเนตรเถิด!”
“ดี! เช่นนั้นเจ้าดื่มไปก่อน เราจะดูว่าเจ้าลูกอกตัญญูเขียนอะไรถึงเราบ้าง!”
ฮ่องเต้เหวินรับจดหมายมาเปิดอ่าน
