วันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจิงและคณะเดินทางมาถึงหาดตื้นเป่ยหยวน
อากาศในซั่วเป่ยค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นแล้ว
ชั้นน้ำแข็งบนแม่น้ำไป๋สุ่ยละลายไปไม่น้อย บัดนี้ไม่อาจควบม้าข้ามได้อีกแล้ว
อีกประมาณ 20 วัน แม่น้ำไป๋สุ่ยก็น่าจะละลายหมด
ตามคำสั่งของอวิ๋นเจิง สะพานหินอย่างง่ายที่เชื่อมจากที่นี่ไปยังฝั่งตรงข้ามก็เริ่มก่อสร้างแล้ว
ความจริงก่อนที่เมืองซานเปียนจะเสียไป ที่นี่เคยมีสะพานหินยาวเกือบ 200 จั้ง กว้างราว 2 จั้งอยู่แห่งหนึ่ง
สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยของอดีตฮ่องเต้
คราวนั้นเพื่อก่อสร้างสะพานหินแห่งนี้ ถึงกับเกณฑ์ทหารชาวนาไปหลายหมื่นนาย ใช้เวลานานถึง 3 ปีเต็มจึงสร้างเสร็จ
หลังจากยกเมืองซานเปียนให้เป่ยหวน ฮ่องเต้เหวินก็มีรับสั่งให้ทำลายสะพานหิน
ทว่าฮ่องเต้เหวินคิดมาโดยตลอดว่าสักวันหนึ่งจะต้องยกทัพกลับไปตีคืน จึงสั่งให้ทำลายเพียงพื้นสะพาน ส่วนตอม่อที่สำคัญที่สุดกลับไม่ได้รับความเสียหายมากนัก
เป่ยหวนเองก็คิดว่าสักวันหนึ่งจะยึดซั่วเป่ยได้ เพื่อความสะดวกในการลำเลียงเสบียงและสัมภาระ จึงไม่ได้ทำลายตอม่อเช่นกัน
เพราะเหตุนี้ การสร้างสะพานหินอย่างง่ายขึ้นใหม่บนตอม่อเดิมจึงง่ายขึ้นมาก
หากตอนนั้นทำลายตอม่อไปด้วย อวิ๋นเจิงคงไม่คิดจะสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นใหม่ในเวลาอันสั้นเป็นแน่
เมื่อไม่มีฐานเดิม การก่อสร้างสะพานเช่นนี้ในราชวงศ์ต้าเฉียนย่อมเป็นงานใหญ่หลวง
อวิ๋นเจิงไม่ได้เรียกร้องอะไรมากนักในยามนี้ จะสวยงามหรือไม่ไม่สำคัญ ขอเพียงรถเข็นที่ใช้ขนเสบียงผ่านได้ก็พอ
จากความคืบหน้าในขณะนี้ คาดว่าสะพานแห่งนี้ยังต้องใช้เวลาอีกเกือบครึ่งเดือนจึงจะแล้วเสร็จ
