เมื่อฉิวฉือและแคว้นต้าเยวี่ยเปิดฉากโจมตีแนวป้องกันด้านหน้า สงครามก็เข้าสู่ช่วงดุเดือดถึงขีดสุดอย่างแท้จริง
ทหารทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กับข้าศึกอย่างเอาเป็นเอาตาย
ณ มุมหนึ่งของสนามรบ ทหารทัพเป่ยฝู่คนหนึ่งถูกดาบแทงทะลุร่าง ทว่าก่อนสิ้นใจกลับกอดข้าศึกไว้แน่น อ้าปากที่เปื้อนเลือดแล้วกัดเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายอย่างแรง
อีกด้านหนึ่ง ทหารแคว้นต้าเยวี่ยคนหนึ่งบุกขึ้นมาบนกำแพงเมือง ทว่าบาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อเห็นว่าตนคงไม่รอด ทหารแคว้นต้าเยวี่ยจึงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ทหารทัพเป่ยฝู่คนหนึ่ง ก่อนกอดอีกฝ่ายกลิ้งตกลงจากกำแพงเมืองไปด้วยกัน
ทหารทัพเป่ยฝู่เพิ่งกลิ้งตกลงไป ก็ถูกข้าศึกฟันด้วยดาบนับไม่ถ้วนจนสิ้นใจท่ามกลางกองศพ
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั่วทุกแห่งในสนามรบ
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่รู้ว่าสงครามนองเลือดครั้งนี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด
แต่ในใจของทุกคนมีเพียงความคิดเดียว
ไม่เจ้าก็ตาย!
หรือไม่ก็ตายตกไปตามกัน!
การต่อสู้อันโหดร้ายยังคงดำเนินต่อไป จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นไม่หยุด
เมื่อแนวป้องกันด้านหน้าถูกโจมตี กองกำลังทัพเป่ยฝู่ที่พอจะผลัดเปลี่ยนพักผ่อนได้ก็ยิ่งเหลือน้อยลง
ยามนี้กำแพงเมืองที่เดิมทีก็ไม่สูงนักแทบมิอาจช่วยอะไรได้แล้ว
ข้าศึกเหยียบศพทหารฝ่ายตนที่ล้มตายแล้วบุกขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย เหล่าทหารทัพเป่ยฝู่ลุกขึ้นโต้กลับอย่างสุดกำลัง กดข้าศึกที่บุกขึ้นมาให้ถอยลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วสนามรบ มองไปทางใดก็เห็นแต่ศพเกลื่อนกลาด
ดวงตาของอวิ๋นเจิงแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย เขาทอดสายตามองไปยังค่ายใหญ่ของข้าศึก
