“ปล่อยข้า!”
“พวกเจ้าทำอะไรกัน?”
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”
“กลางวันแสก ๆ ใต้ฟ้ากว้างไพศาล พวกเจ้ายังเห็นกฎหมายอยู่ในสายตาหรือไม่?”
ไม่นานนัก บัณฑิตชั้นสองอันดับเจ็ดสองคนซึ่งได้อันดับเสมอกันก็ถูก ‘เชิญ’ เข้ามา
ฮ่องเต้เหวินถลึงตาใส่หานจิ้น “ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเจ้าเชิญคนมาหรอกหรือ เหตุใดถึงจับกุมตัวมาเสียเล่า?”
หานจิ้นยิ้มเจื่อนตอบ “บัณฑิตจิ้นซื่อทั้งสองท่านเชิญอย่างไรก็ไม่ยอมมา กระหม่อม... เอ่อ ข้าน้อยจึงจำต้องพาตัวพวกเขามาพ่ะย่ะค่ะ...”
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”
หลี่กวงจ้องคนทั้งหลายภายในห้องอย่างเดือดดาล “ข้าเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อ พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าการจับกุมข้ามีโทษสถานใด?”
“เป็นบัณฑิตจิ้นซื่อแล้ววิเศษนักหรือ?”
ฉินลิ่วก่านแสยะยิ้ม เผยฟันขาววาววับ “ออกไปข้างนอกยามนี้ สุ่มชนใครสักคนก็อาจเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อทั้งนั้น! แมวหมาบนถนนยังหายากกว่าบัณฑิตจิ้นซื่อเสียอีก!”
“เจ้าช่างบังอาจนัก!”
หลี่กวงสีหน้าเย็นชา “เจ้ากล้าพูดว่าบัณฑิตจิ้นซื่อยังสู้แมวหมาไม่ได้หรือ?”
ฉินลิ่วก่านกำลังจะเอ่ยปาก ฮ่องเต้เหวินกลับถลึงตาใส่เขาเสียก่อน
ฉินลิ่วก่านจึงหุบปากทันที ทว่าก็ยังคงมองหลี่กวงอย่างไม่สบอารมณ์
“เหตุใดเจ้าถึงไม่พูด?”
สายตาของฮ่องเต้เหวินเลื่อนไปหยุดที่ลวี่จิ่น
ลวี่จิ่นกวาดตามองฮ่องเต้เหวินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนตอบช้า ๆ “ผู้อาวุโสข้างกายท่านกล่าวได้ถูกต้อง ยามนี้แมวหมาบนถนนยังหายากกว่าบัณฑิตจิ้นซื่อเสียอีก อีกทั้งเดิมทีข้าก็ไม่คิดว่าจะรอดชีวิต จะฆ่าหรือเชือดก็ตามแต่ท่าน!”
“อย่า... อย่าเพิ่ง!”
ฮ่องเต้เหวินหัวเราะเบา ๆ “พวกเราเพียงต้องการให้เขียนอักษร ไม่ได้ต้องการเอาชีวิตผู้ใด!”
