“ช่างเถิด!”
อวิ๋นลี่โบกมืออย่างอ่อนแรง “เช่นนั้นก็ให้ไปเถิด! ถือเสียว่าข้าพนันสักตั้ง พนันว่าเขายังมีมโนธรรมอยู่บ้าง พนันว่าเขาจะล้างแค้นให้ชาวอวี้โจว!”
ท้ายที่สุดอวิ๋นลี่ก็ยกน้ำแกงไก่ที่ถังซู่ส่งมาให้ขึ้นดื่ม
ใช่แล้ว!
เมื่อเทียบกับจักรพรรดิซิงจงแห่งราชวงศ์ก่อนหน้า ความยากลำบากที่เขากำลังเผชิญอยู่หาได้นับเป็นอะไรไม่!
จักรพรรดิซิงจงแห่งราชวงศ์ก่อนหน้ายังทำได้ แล้วเหตุใดเขาจะทำไม่ได้เล่า?
อืม อีกสักครู่ค่อยพลิกดูบันทึกประวัติศาสตร์ ศึกษาเรื่องราวสำคัญในชีวิตของจักรพรรดิซิงจงแห่งราชวงศ์ก่อนหน้าให้ละเอียด
บางทีอาจหยั่งรู้หนทางรับมือเจ้าสุนัขเหล่าลิ่วได้ก็เป็นได้
“ท่านอ๋องอย่าได้โทษตนเองเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ถังซู่เกลี้ยกล่อมอีกครั้ง “กระหม่อมเห็นว่า หากท่านอ๋องทำสี่เรื่องนี้ให้สำเร็จ ก็มีโอกาสอย่างยิ่งที่จะพลิกสถานการณ์และวางรากฐานแห่งชัยชนะได้!”
“สี่เรื่องใด?”
อวิ๋นลี่มีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย
ถังซู่ลุกขึ้นยืน เอ่ยเสียงขรึม “ข้อแรก จัดระเบียบราชสำนัก ทำให้ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน!”
“ข้อสอง เพิ่มการสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายบู๊ พร้อมเร่งเตรียมกองทัพ สั่งสมกำลังให้เร็วที่สุด เตรียมพร้อมทำศึกกับอวิ๋นเจิง!”
“ข้อสาม กดดันและบั่นทอนอำนาจตระกูลขุนนางกับตระกูลใหญ่ต่อไป ทำให้พื้นที่เบื้องหลังสงบลง ขจัดความกังวลเรื่องแนวหลังให้สิ้น!”
“ข้อสี่ ผูกไมตรีกับซีฉวีต่อไป และหาทางอาศัยกำลังของซีฉวีสกัดอวิ๋นเจิง เพื่อชิงเวลาให้ราชสำนักมากขึ้น!”
เมื่อได้ฟังถังซู่กล่าวอย่างฉะฉาน สวีฉือฝู่และคนอื่น ๆ ก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
