อวิ๋นเจิงพูดคุยกับก้งต๋าจ้านอยู่เป็นเวลานาน
ส่วนใหญ่ก้งต๋าจ้านเอาแต่ฟังอวิ๋นเจิงพูด พลางดื่มสุราเงียบ ๆ บางครั้งจึงค่อยแทรกขึ้นมาสักสองสามคำ หรือถามเมื่อมีข้อสงสัย
เมื่ออวิ๋นเจิงพูดจบ ก้งต๋าจ้านก็วางจอกสุราลงช้า ๆ
“ท่านอ๋องทรงสุขุมรอบคอบยิ่งนัก ข้าน้อยนับถือ”
ก้งต๋าจ้านกล่าวยกยออวิ๋นเจิงก่อน แล้วจึงเอ่ยด้วยความกังวลเล็กน้อยว่า “แต่ข้าน้อยกลัวว่าซังเจี๋ยจะไม่ปล่อยให้ข้าน้อยมีชีวิตอยู่ถึงเวลานั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
หากซังเจี๋ยต้องการทำให้การปกครองของตนมั่นคงอย่างแท้จริง ย่อมต้องสังหารหรือกักบริเวณราชาของแต่ละเผ่าที่มีอยู่แต่เดิม อย่างแย่ที่สุดก็ต้องริบอำนาจของพวกเขาจนสิ้น
มีเพียงทำเช่นนี้ ซังเจี๋ยจึงจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือที่ราบสูงอย่างแท้จริง
“ท่านราชาไม่ต้องกังวล”
อวิ๋นเจิงยิ้มกล่าวว่า “ข้าย่อมเคลื่อนไหวบางอย่าง สร้างแรงกดดันให้ซังเจี๋ย จนเขาไม่กล้าก่อความวุ่นวายภายในซีฉวีในยามนี้...”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็เล่าแผนการของตนให้ก้งต๋าจ้านฟังต่อ
ทางป้อมซิงอาน หลังเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จสิ้นก็จะจัดการฝึกทหาร
ขณะเดียวกัน เขาจะส่งคนไปก่อการต่อต้านเล็ก ๆ ในเขตแดนเดิมของหุนกู่
นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความขัดแย้งเล็ก ๆ ขึ้นแถวสันเขาจวี้ฉือได้อีกด้วย
กล่าวโดยสรุปก็คือ ทำให้ซังเจี๋ยรู้สึกราวกับไฟลุกโชนไปทั่วทุกหนแห่ง จนไม่มีแก่ใจจะจัดการคนอย่างก้งต๋าจ้าน ซ้ำยังต้องพึ่งพาพวกเขาช่วยรักษาสถานการณ์ให้มั่นคง
ก้งต๋าจ้านครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่วางใจนัก
