วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
อวิ๋นเจิงซึ่งพำนักอยู่ในจิงหยางมิได้มีเรื่องให้ทำมากนัก
แน่นอนว่า สาเหตุสำคัญเป็นเพราะมีทัวฮวนช่วยจัดการเรื่องราวมากมายแทนเขา
วันนี้คนของหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็มาถึงจิงหยางในที่สุด
หลังเคลื่อนไหวอยู่ในซีฉวีมาเป็นเวลานาน หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณก็สูญเสียกำลังพลไปบ้าง
จากจำนวนเต็มหนึ่งร้อยคน บัดนี้เหลือเพียงแปดสิบเจ็ดคน
ในจำนวนนี้ เสียชีวิตในสนามรบเก้าคน บาดเจ็บพิการสี่คน
คราวนี้พวกเขาพาทั้งสี่คนที่บาดเจ็บพิการมาด้วย
ต่อหน้าอวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอิน คนของหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณถอดหน้ากากออก
ในบรรดาคนเก้าสิบเอ็ดคนที่อยู่เบื้องหน้า อวิ๋นเจิงคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่มากแล้ว
“เก้าคนที่เสียชีวิตในสนามรบ จัดการอย่างไรแล้ว?”
อวิ๋นเจิงเงยหน้ามองโยวจิ่ว
โยวจิ่วตอบว่า “พวกเขาถูกฝังไว้ในซีฉวี ไม่มีการตั้งป้ายหลุมศพ มีเพียงเนินดินเรียบง่าย ทว่ากระหม่อมจำตำแหน่งที่ฝังของแต่ละคนได้พ่ะย่ะค่ะ!”
“ดี!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้า “วันหน้าหากยกทัพไปซีฉวี เปิ่นหวังจะไปรับพวกเขากลับบ้านด้วยตนเอง!”
“องค์ชาย ไม่จำเป็นพ่ะย่ะค่ะ!”
โยวจิ่ว สีหน้าเคร่งขรึมกล่าวว่า “ก่อนมุ่งหน้าไปซีฉวี พี่น้องทั้งหลายได้ตกลงกันไว้แล้วว่า ที่ใดสิ้นชีพ ที่นั่นคือบ้าน พวกเราทุกคนเชื่อมั่นว่า สักวันหนึ่งสถานที่ฝังร่างของพวกเขาจะกลายเป็นดินแดนของต้าเฉียนพ่ะย่ะค่ะ!”
ที่ใดสิ้นชีพ ที่นั่นคือบ้านอย่างนั้นหรือ?
อวิ๋นเจิงเงียบงัน
เพียงชั่วพริบตา เขาก็นึกถึงแม่ทัพแขนเดียวตู้กุยหยวนขึ้นมา
ตู้กุยหยวนเองก็เคยกล่าวเช่นเดียวกัน
“ดี! เปิ่นหวังเคารพการตัดสินใจของพวกเขา!”
