“อะไรนะ?”
อวิ๋นลี่ร้องเสียงหลง สีหน้าพลันหม่นคล้ำอย่างยิ่ง เขาเอ่ยถามอย่างร้อนใจว่า “ผู่ยวี่เป็นอะไรหรือไม่? จับมือสังหารได้หรือยัง?”
อวิ๋นลี่ดำรงตำแหน่งรัชทายาทผู้สำเร็จราชการมานานเพียงนี้
ย่อมรู้ดีว่าหากผู่ยวี่ถูกลอบสังหารจนสิ้นชีวิตในเมืองหลวง จะก่อให้เกิดผลเช่นไร
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือจับมือสังหารได้ ขุดคุ้ยหาผู้บงการเบื้องหลัง แล้วมอบคำชี้แจงแก่ราชาหนานเจ้า จากนั้นราชสำนักแสดงความขออภัยด้วยการงดเครื่องบรรณาการหลายปี เพื่อปลอบขวัญราชาหนานเจ้า
ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือราชาหนานเจ้าไม่สนใจสิ่งใด แล้วก่อกบฏขึ้นมาโดยตรง!
เขาก็กลัดกลุ้มมากพออยู่แล้ว ไม่อยากให้หนานเจ้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายอีก
“รัชทายาทโปรดอย่าร้อนพระทัย”
เหยียนหลี่ปลอบอวิ๋นลี่ ก่อนกล่าวทันทีว่า “ผู่ยวี่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มือสังหารหลบหนีไปได้...”
“ผู่ยวี่ไม่ได้รับบาดเจ็บ?”
อวิ๋นลี่เผยสีหน้ายินดี ไม่คิดเลยว่าเรื่องดีจะมาถึงอย่างกะทันหันเช่นนี้
“พ่ะย่ะค่ะ”
เหยียนหลี่รายงานว่า “เดิมทีมือนักสังหารเข้าใกล้ผู่ยวี่แล้ว แต่กลับบังเอิญถูกมือสังหารอีกกลุ่มซุ่มยิงสังหาร...”
“มือสังหารอีกกลุ่มหนึ่ง?”
อวิ๋นลี่หรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่า คนที่คิดลอบสังหารผู่ยวี่มีมากกว่าหนึ่งกลุ่มหรือ?”
เหยียนหลี่พยักหน้าเบาๆ แล้วเล่าให้อวิ๋นลี่ฟังถึงเหตุการณ์ลอบสังหารผู่ยวี่โดยละเอียด
ทางกองตรวจการณ์เมืองวินิจฉัยว่า ลูกดอกหน้าไม้อาบยาพิษดอกนั้นก็มีเป้าหมายเป็นผู่ยวี่เช่นกัน
แต่ผู่ยวี่โชคดีนัก มือสังหารอีกคนบังเอิญช่วยรับลูกดอกที่หมายปลิดชีพแทนเขาไว้พอดี
หากไม่มีมือสังหารผู้นั้น ผู่ยวี่คงต้องตายอย่างแน่นอน
หลังฟังคำของเหยียนหลี่ อวิ๋นลี่ก็หลุบตาครุ่นคิด
จากที่เหยียนหลี่กล่าว มือสังหารสองคนนี้เห็นชัดว่าไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน
