ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกะทันหันของปันปู้ทำให้เจียเหยาตกใจ
“ท่านอาจารย์!”
เจียเหยาร้องเสียงหลง ก่อนจะตะโกนออกไปด้านนอกอย่างเร่งร้อน “เร็วเข้า ไปตามหมอมา!”
ปันปู้โบกมืออย่างอ่อนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ “องค์หญิง เจ้า...เจ้าถูกอวิ๋นเจิงหลอกแล้ว!”
“อะไรนะ?” เจียเหยาไม่อยากเชื่อหูตนเอง
ปันปู้ส่ายหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง หอบหายใจพลางกล่าวว่า “นี่...นี่ไม่ใช่โสม นี่คือจางหลิ่ว! เป็น...จางหลิ่วที่มีพิษร้ายแรง...”
กล่าวจบ ปันปู้ก็ไอไม่หยุดอีกครั้ง
จาง...จางหลิ่วหรือ?
มีพิษร้ายแรงหรือ?
เจียเหยามองปันปู้อย่างตะลึงงัน
นี่...นี่มันโสมชัด ๆ!
เหตุใด...เหตุใดจึงกลายเป็นจางหลิ่วไปได้?
หรือท่านอาจารย์ป่วยหนักจนมองผิดไป?
ไม่นานนัก องครักษ์ด้านนอกก็พาหมอเข้ามา
เจียเหยาถามหมอทันทีว่าสิ่งนี้เป็นโสมหรือจางหลิ่วกันแน่
หมอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “นี่คือจางหลิ่ว แม้สิ่งนี้จะมีรูปร่างคล้ายโสมมาก แต่กลับมีพิษร้ายแรง...”
ตูม!
เจียเหยารู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางสมอง
จางหลิ่ว!
นี่คือจางหลิ่วจริง ๆ!
นางระมัดระวังถึงเพียงนี้แล้ว ท้ายที่สุดก็ยังถูกอวิ๋นเจิงหลอกหรือ?
ม้าศึกกว่าพันตัว สำหรับเป่ยหวนแล้วไม่นับว่ามากมาย
แต่เจียเหยารับความจริงที่ว่าตนถูกอวิ๋นเจิงหลอกไม่ได้
นางระวังตัวถึงเพียงนั้นแล้วแท้ ๆ!
ท้ายที่สุดก็ยังถูกอวิ๋นเจิงหลอกจนได้!
หรืออวิ๋นเจิงเป็นเทพเซียนจริง ๆ?
หรือเขาคาดการณ์ไว้นานแล้วว่านางจะขอโสมจากเขา?
เจียเหยาหลับตาลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความคับแค้น พยายามนึกทบทวนคำพูดของอวิ๋นเจิงในวันนั้น
