ชายขอบกู้เปียน
วัสดุที่ต้องใช้ซ่อมแซมกำแพงเมืองได้รวบรวมและประเมินไว้คร่าว ๆ แล้ว ตู๋กูเช่อก็ส่งคนไปยังกองรักษาการณ์สุยหนิงกับกองรักษาการณ์จิ้งอัน เพื่อจัดหาเสบียงและวัสดุที่จำเป็นมาขนส่งแล้ว
ทว่าการขนส่งมาถึงยังต้องใช้เวลา
ระหว่างรอ อวิ๋นเจิงจึงให้ใช้วัสดุที่มีอยู่อย่างจำกัด ซ่อมแซมบ้านเรือนในกู้เปียนเท่าที่ทำได้
กล่าวได้ว่ากู้เปียนทั้งเมืองเป็นค่ายทหารขนาดใหญ่
แม้ตอนที่พวกเขามาถึงจะนำกระโจมติดตัวมาด้วยจำนวนหนึ่ง แต่กระโจมย่อมเทียบกับเรือนพักทหารไม่ได้
อย่างไรคนมากมายว่างอยู่ก็ไม่มีประโยชน์ มิสู้หางานทำเสียยังดีกว่า
เมืองซานเปียนแห่งนี้ช่างประสบเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อครั้งต้าเฉียนยกเมืองซานเปียนให้ผู้อื่น ก็ทำลายเมืองเสียยับเยินไปครั้งหนึ่ง
เพิ่งซ่อมแซมเสร็จได้ไม่กี่ปี ก็ถูกทำลายอีกแล้ว
หวังว่าเมืองซานเปียนจะไม่ต้องเผชิญเคราะห์เช่นนี้อีกในภายหน้า!
อวิ๋นเจิงกำลังจะพาเสิ่นลั่วเยี่ยนกับเมี่ยวอินไปดูบนหอเมือง ตู๋กูเช่อและฉินชีหู่ก็เข้ามาหา
“น้องชาย ผ่านมาวันหนึ่งแล้ว พวกเราควรส่งคนไปดูทางเว่ยเปียนกับชิงเปียนได้หรือยัง?”
ฉินชีหู่เอ่ยกับอวิ๋นเจิงอย่างกระตือรือร้น
“อย่าเพิ่งร้อนใจ”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “หากเป่ยหวนจะถอนทัพ ต่อให้พวกเราไปตรวจดูหรือไม่ พวกเขาก็ต้องถอนทัพอยู่ดี หากไม่ถอนทัพ การส่งคนไปตรวจดูเพียงหยิบมือย่อมถูกพวกเขาซุ่มโจมตีได้ง่าย พวกเราต้องรอให้กองกำลังที่เว่ยเหวินจงจัดส่งมาถึงก่อน แล้วค่อยลงมือ...”
พอได้ยินอวิ๋นเจิงกล่าว ตู๋กูเช่อก็พลันตบไหล่ฉินชีหู่ “เห็นหรือไม่ ท่านอ๋องก็กล่าวเช่นนี้ เรื่องนี้ร้อนใจไม่ได้จริง ๆ พวกเรามีคนเพียงสี่หมื่นกว่าคน หากแบ่งกำลังไปยึดเว่ยเปียนกับชิงเปียน ก็อาจถูกซุ่มโจมตีได้...”
