เว่ยเหวินจงให้ทหารคนสนิทอยู่เฝ้านอกกระโจมบัญชาการ ส่วนตนพาฮั่วกู้เข้าไปด้านใน
เมื่อทั้งสองเข้ามา ก็เห็นเสิ่นลั่วเยี่ยนกำลังป้อนน้ำให้อวิ๋นเจิงพอดี
หลังจากคำนับกันอย่างเรียบง่าย เว่ยเหวินจงก็เอ่ยถามอาการของอวิ๋นเจิงโดยพลัน
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
อวิ๋นเจิงโบกมืออย่างอ่อนแรง “เปิ่นหวังสุขสบายมานานเกินไป สองวันก่อนอากาศหนาวลงกะทันหัน จึงไม่ทันระวังจนเป็นหวัด บัดนี้ดีขึ้นมากแล้ว แม่ทัพใหญ่ไม่ต้องกังวล แค่ก ๆ...”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็แสร้งไอสองครั้ง ทำท่าทางป่วยกระเสาะกระแสะ
“ท่านอ๋องประชวรหนักก็ควรพักผ่อนอยู่ในจวนให้ดี เหตุใดยังมาค่ายทหารอีก?” เว่ยเหวินจงรีบก้าวเข้ามา “ท่านอ๋องกลับไปพักผ่อนที่จวนก่อนเถิด หากท่านอ๋องเป็นอันใดไป พวกกระหม่อมคงรับผิดชอบไม่ไหว”
“ไม่ต้องหรอก อาการเล็กน้อยเพียงนี้ไม่เป็นไร”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนถามว่า “แม่ทัพใหญ่มาเยือนวันนี้ด้วยเรื่องใด?”
เห็นอวิ๋นเจิงยืนกรานไม่ยอมกลับจวนไปพักฟื้น เว่ยเหวินจงก็ไม่อ้อมค้อมอีก เอ่ยตอบว่า “ข้าได้ยินฮั่วกู้เล่าว่า ท่านอ๋องกำลังฝึกวิธีตีดาบล้ำค่าที่ตัดเหล็กได้ราวกับตัดโคลน ข้าใคร่รู้จึงมาดูสักหน่อย ถือโอกาสมาตรวจดูการฝึกทหารของท่านอ๋องที่นี่ด้วย”
“ไม่มีปัญหา!”
อวิ๋นเจิงตอบรับอย่างไม่ลังเล “เปิ่นหวังร่างกายไม่ค่อยสบาย คงไม่อาจไปตรวจด้วยตนเอง ข้าจะส่งคนสองคนไปตรวจค่ายกับแม่ทัพใหญ่ พอดีจะได้ขอให้แม่ทัพใหญ่ชี้แนะข้อบกพร่องด้วย”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็สั่งเกาเหอให้ไปตามจั่วเริ่นกับเฝิงอวี้มา
