เมืองหลวง
เนื้อหาในหนังสือกล่าวโทษที่อวิ๋นเจิงประกาศ ถูกส่งมาถึงเมืองหลวงทันที
กลางดึก เมื่ออวิ๋นลี่ได้รับเนื้อหาในหนังสือกล่าวโทษ เขาก็เรียกขุนนางระดับสามขึ้นไปในราชสำนักมาหารือที่จวนรัชทายาทด้วยความรวดเร็วที่สุด
เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า อวิ๋นลี่ก็สั่งให้คนอ่านหนังสือกล่าวโทษของอวิ๋นเจิงให้ทุกคนฟังโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
เมื่อเทียบกับหนังสือกล่าวโทษที่หานต๋าเคยกล่าวถึง เนื้อหาในฉบับที่ประกาศอย่างเป็นทางการนี้ชัดเจนยิ่งกว่า
หนังสือกล่าวโทษระบุชื่อขุนนางชั่วในราชสำนักถึงสี่คนโดยตรง
สวีฉือฝู่ กู้ซิว ถังซู่ เมิ่งรั่ววั่ง!
ในหนังสือกล่าวโทษของอวิ๋นเจิง ทั้งสี่กลายเป็นตัวการใหญ่ที่กุมอำนาจราชสำนักและบีบบังคับรัชทายาทอวิ๋นลี่
“ทุกท่านลองกล่าวมาเถิด ยามนี้ควรทำเช่นไร?”
อวิ๋นลี่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า พลางกวาดตามองเหล่าขุนนาง
“รบ!”
เมิ่งรั่ววั่งยังคงยืนกรานให้รบ เขากล่าวเสียงดังว่า “อวิ๋นเจิงกลับดำเป็นขาว กระทำการสวนทางคุณธรรม ความทะเยอทะยานอันชั่วร้ายของเขาปรากฏชัดแล้ว! แม้กระหม่อมจะอ่อนแอด้านบุ๋น แต่หากในราชสำนักไม่มีผู้ใดกล้ารบ กระหม่อมก็ยินดีชักกระบี่คมสามฉื่อ ออกรบกับกบฏจนถึงที่สุด!”
สวีฉือฝู่มองเมิ่งรั่ววั่งอย่างเย็นชา “ใต้เท้าเมิ่ง การรบหรือไม่รบ มิได้ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่น หากขึ้นอยู่กับกำลัง!”
“จิ้งกั๋วกงกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง!”
เมิ่งรั่ววั่งโต้ทันที “นับแต่โบราณมา ผู้ชนะศึกด้วยกำลังน้อยกว่าแต่เอาชนะผู้ที่มีกำลังเหนือกว่ามีอยู่มากมาย! ครั้งนั้นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เราใช้ทหารสามพันนาย เอาชนะกองทัพศัตรูห้าหมื่นนายได้ในคราเดียว จนเลื่องลือไปทั่วหล้า! หรือจิ้งกั๋วกงลืมไปแล้ว?”
