เมื่อได้ฟังคำพูดของเซียวว่านโฉว สีหน้าของเมิ่งรั่ววั่งก็พลันย่ำแย่ลง
“เซียวว่านโฉว!”
เมิ่งรั่ววั่งตะโกนด้วยความเดือดดาล “นี่ท่านจงใจใช้อำนาจส่วนตัวแก้แค้นชัด ๆ!”
เซียวว่านโฉวแค่นเสียงเย็นชา ก่อนย้อนถามอย่างชอบธรรม “ข้าทำเพื่อราชสำนักทั้งนั้น แก้แค้นส่วนตัวตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“เห็นกันชัด ๆ เช่นนี้ ยังจะมิใช่การแก้แค้นส่วนตัวอีกหรือ?”
เมิ่งรั่ววั่งตวาดด้วยโทสะ “ท่านแค้นที่ข้าทูลกล่าวโทษท่าน จึงคิดส่งข้าให้อวิ๋นเจิง ใช้มืออวิ๋นเจิงสังหารข้า!”
คนชั่วที่อวิ๋นเจิงระบุชื่อไว้สี่คน เหตุใดต้องเลือกส่งเขาให้อวิ๋นเจิงด้วย?
เรื่องนี้เห็นได้ชัดมิใช่หรือ?
“เจ้าเป็นขุนนางผู้ช่วยราชการหรือ?”
เซียวว่านโฉวเอ่ยถามอย่างไม่เร่งร้อน “หากไม่ส่งเจ้าให้อวิ๋นเจิง หรือจะส่งขุนนางผู้ช่วยราชการที่ฝ่าบาททรงเหลือไว้ให้รัชทายาทไปแทน? แล้วเจ้าคิดว่าควรส่งผู้ใดในสามคนนั้นให้อวิ๋นเจิง?”
“ข้า...”
สีหน้าเมิ่งรั่ววั่งแข็งค้าง ถูกถามจนพูดไม่ออกในทันใด
จะส่งใครไป?
สวีฉือฝู่เป็นพี่ชายของฮองเฮา เป็นท่านลุงของรัชทายาท ย่อมส่งไปมิได้
กู้ซิวเป็นพ่อตาของรัชทายาท หลังจางหวยถึงแก่กรรม กู้ซิวก็ขึ้นเป็นราชบัณฑิตใหญ่แห่งหอเหวินหัวคนใหม่ ยิ่งส่งไปมิได้เด็ดขาด!
แล้วถังซู่เล่า?
ถังซู่ดูแลกรมขุนนาง ลูกศิษย์และผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน
หากส่งถังซู่ให้อวิ๋นเจิง เกิดถังซู่เรียกผู้คนแล้วขุนนางทุกระดับพากันไปสวามิภักดิ์อวิ๋นเจิงตามเขา ราชสำนักมิยิ่งวุ่นวายหนักกว่าเดิมหรือ?
อวิ๋นลี่ไม่มีทางยอมส่งถังซู่ออกไปแน่!
คิดไปคิดมา ดูเหมือนมีเพียงเขาที่ส่งออกไปได้
อวิ๋นลี่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนทอดสายตาไปยังเซียวว่านโฉว “ใต้เท้าเมิ่งก็เป็นเสาหลักของราชสำนัก ข้าจะปล่อยให้ใต้เท้าเมิ่งไปตายได้อย่างไร?”
