ห้าวันต่อมา พวกเขาก็กลับมาถึงค่ายใหญ่แนวเหนือในที่สุด
เมื่อทราบว่าอวิ๋นเจิงกับเจียเหยากลับมาอย่างปลอดภัย เหล่าแม่ทัพแนวเหนือก็ต่างพากันออกมาต้อนรับ
“ขอบคุณสวรรค์ที่คุ้มครอง องค์ชายกับฮูหยินเจียเหยาปลอดภัยดี...”
“พวกเรารอคอยให้ท่านทั้งสองกลับมาแทบแย่...”
“องค์ชาย พระองค์ทรงบาดเจ็บที่พระชงฆ์ ประทับรถม้าดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ!”
“น้องร่วมสาบาน พวกเจ้าสองสามีภรรยารอดพ้นเคราะห์ใหญ่มาได้ คืนนี้พวกเราต้องฉลองกันให้เต็มที่...”
เหล่าแม่ทัพพากันมารุมล้อม พูดจาเซ็งแซ่
อวี๋ซื่อจงถึงกับจัดรถม้ามาคันหนึ่งโดยเฉพาะ
เมื่อมองเหล่าแม่ทัพที่รายล้อมอยู่เบื้องหน้า อวิ๋นเจิงก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
“พอแล้ว พอแล้ว!”
อวิ๋นเจิงห้ามเหล่าแม่ทัพที่กำลังยินดีจนออกนอกหน้า ก่อนสั่งว่า “เรื่องฉลองเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง อวี๋ซื่อจง จงรายงานสถานการณ์ช่วงหลายวันนี้แก่ข้าเสียก่อน ส่วนคนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปก่อน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
อวี๋ซื่อจงรับคำสั่ง แล้วควบม้าตามข้างกายอวิ๋นเจิงกับเจียเหยาเพื่อรายงานสถานการณ์แก่ทั้งสอง
ที่จริงแล้ว ทหารราบที่บีบให้บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายยอมจำนนนั้น มิได้สูญเสียกำลังพลมากนัก
กำลังพลของหวังชี่ จู่หลู่ และเหมิงตัวรวมกันแล้ว มีผู้บาดเจ็บล้มตายเพียงสองพันกว่าคน
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บาดเจ็บล้มตายส่วนใหญ่เป็นคนจากสองเผ่าของเหมิงตัวกับจู่หลู่ ส่วนทหารราบหนักในสังกัดหวังชี่มีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่ถึงสามร้อยคน
ทว่าศึกที่หุบเขาแม่น้ำซั่วหลุนทำให้ทั้งทัพเป่ยฝู่และเป่ยหวนบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก
ทหารม้าเป่ยหวนบาดเจ็บล้มตายกว่าแปดพันคน แม่ทัพที่มีตำแหน่งตั้งแต่นายกองพันขึ้นไปเสียชีวิตหกคน เหออาซูบาดเจ็บสาหัส
