หลังจากนั้น อวี๋ซื่อจงก็รายงานสถานการณ์ทางป้อมซิงอานและสันเขาจวี้ฉือให้อวิ๋นเจิงฟังอีกครั้ง
เมื่อได้รับข่าวว่าอวิ๋นเจิงกับเจียเหยากระโดดหน้าผา เสิ่นลั่วเยี่ยนซึ่งยึดเมืองหลวงของต้าเยวี่ยได้แล้วก็ตัดสินใจฉับไว นำทัพเร่งรุดไปช่วยสันเขาจวี้ฉือ เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายบุกเข้ามา
ทว่า บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายกลับมิได้โจมตี มีเพียงกำลังพลสองสามกองที่เผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ทางนั้น
หลายวันก่อน กองทัพศัตรูทางป้อมซิงอานก็ถอนทัพไปแล้วเช่นกัน
บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายเปิดฉากโจมตีป้อมซิงอานขนาดย่อมติดต่อกัน 20 วัน สูญเสียกำลังพลไปราวหนึ่งหมื่นนาย ส่วนทหารรักษาป้อมซิงอานก็เสียชีวิตไปกว่าหนึ่งพันคน
หลังบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายถอนทัพ ถงกังก็นำทัพออกจากเมืองไปลอบโจมตีกองหลังของพวกเขา สังหารทหารศัตรูได้อีกกว่า 7,000 นาย ฝ่ายตนก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกกว่าหนึ่งพันคน
บัดนี้ กองกำลังต่อต้านทั่วต้าเยวี่ยถูกกวาดล้างจนสิ้นแล้ว
จั่วเริ่นนำทัพรักษาการณ์เมืองหลวงของต้าเยวี่ย และทำตามคำแนะนำของเฝิงอวี้ แต่งตั้งขุนนางแคว้นต้าเยวี่ยที่ยอมสวามิภักดิ์หลายคนให้มาช่วยประคับประคองสถานการณ์ในแคว้น
ปัญหาใหญ่ที่สุดในยามนี้คือ แคว้นต้าเยวี่ยขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก
พวกเขาต้องรับประกันเสบียงของกองทัพเป็นอันดับแรก จึงไม่กล้านำเสบียงไปช่วยเหลือราษฎรยากไร้ในต้าเยวี่ย ภายในแคว้นเริ่มมีผู้คนอดตายเป็นหย่อม ๆ แล้ว
บัดนี้ คนที่ต้องแทะหญ้ากินเปลือกไม้ในแคว้นต้าเยวี่ยมีไม่น้อย อีกทั้งยังมีผู้หิวโหยถึงขั้นสลับลูกกันกิน
นี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น
หากผ่านไปอีกระยะหนึ่งแล้วยังไม่มีเสบียงเข้ามา สถานการณ์เช่นนี้ย่อมเลวร้ายยิ่งขึ้น
