เมื่อได้ฟังคำของอวิ๋นเจิง ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับจนใจ
อวิ๋นเจิงกับอวิ๋นลี่ช่างเป็นตัวอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
อวิ๋นเจิงหวังเพียงให้เรื่องใด ๆ ในราชสำนักไม่ต้องรบกวนเขา ขอเพียงไม่มีขุนนางชั่วก่อความวุ่นวายในราชสำนัก และบ้านเมืองดำเนินไปตามแนวทางใหญ่ที่เขาวางไว้ก็พอ
ส่วนอวิ๋นลี่กลับปรารถนาจะกุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ
หากมิใช่เพราะมีร่างกายเดียวแบ่งใช้ไม่ทั่วถึง อวิ๋นลี่คงอยากจัดการทุกเรื่องด้วยตนเอง
“เอาละ เรื่องนี้ก็ตัดสินใจเช่นนี้!”
อวิ๋นเจิงไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนเกลี้ยกล่อมอีก “อีกทั้งเปิ่นหวังก็จำเป็นต้องไปเดินดูทางเจียวลู่สักหน่อย!”
“ทางเจียวลู่อาจมีสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อต้าเฉียน”
“เปิ่นหวังมิได้หมายความว่าจะต้องนำทัพไปตีซีฉวีให้ยอมจำนนจนหมดสิ้นด้วยตนเอง ขอเพียงสถานการณ์โดยรวมมั่นคงแล้ว เปิ่นหวังย่อมกลับราชสำนัก ให้กองทัพเส้นทางอื่นจัดการเก็บกวาดที่เหลือ...”
อวิ๋นเจิงกล่าวปลอบใจพวกเขาไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องคอยเกลี้ยกล่อมอีก
ทุกคนสบตากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ
พวกเขารู้ดีว่าในเมื่ออวิ๋นเจิงตัดสินใจแล้ว ย่อมไม่มีทางเกลี้ยกล่อมเขาได้
“เช่นนั้นองค์ชายมีแผนจะระดมกำลังจากที่ใดไปยังเจียวลู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เซียวว่านโฉวเอ่ยถาม
อวิ๋นเจิงตอบโดยไม่ต้องคิด “ระดมทหารชั้นยอดสองหมื่นนายจากสุยโจว อีกสองหมื่นจากอวิ๋นโจว รวมกับทัพหนึ่งหมื่นนายของเจียวลู่ ทั้งหมดห้าหมื่นนาย!”
เอาเถิด!
เขาคิดเรื่องนี้ไว้หมดแล้วด้วย
เห็นได้ชัดว่าเตรียมการไว้แต่แรก!
เซียวติ้งอู่ยิ้มประจบเต็มใบหน้า ก่อนถามหยั่งเชิงว่า “องค์ชาย เช่นนั้นกระหม่อมจะ...”
