กองรักษาการณ์จิ้งอันอยู่ห่างจากซั่วฟางพอสมควร
กว่าพวกเขาจะมาถึงกองรักษาการณ์จิ้งอันก็เป็นเวลาเที่ยงวันของวันถัดมา
ทว่าเพิ่งมาถึงกองรักษาการณ์จิ้งอัน พวกเขาก็ได้รับข่าวร้าย
เว่ยเหวินจงสังเกตเห็นความผิดปกติก่อนเข้าสู่กองรักษาการณ์จิ้งอัน จึงพาทหารองครักษ์หนีไปในทันที
เสิ่นลั่วเยี่ยนกับคนอื่น ๆ ไล่สกัดตลอดทาง แต่ก็ยังขวางเว่ยเหวินจงไว้ไม่สำเร็จ
บัดนี้เว่ยเหวินจงหนีเข้าเมืองเทียนหูไปแล้ว ทั้งยังยึดกุมกำลังทหารของเทียนหูไว้ เสิ่นลั่วเยี่ยนกับตู๋กูเช่อจึงระดมทัพปิดล้อมเมืองเทียนหู
ทว่าไม่ว่าเสิ่นลั่วเยี่ยนหรือตู๋กูเช่อต่างก็ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียโดยไม่จำเป็น จึงยังไม่บุกโจมตีเมือง
“ไอ้สารเลวนั่นหนีเร็วเสียจริง!”
พอได้ทราบข่าว ฉินชีหู่ก็เดือดดาลจนสบถด่า
พวกเขายังพูดกันอยู่เลยว่าจะถลกหนังเว่ยเหวินจง!
ใครจะคิดว่าคนชั่วอย่างมันจะหนีไปเมืองเทียนหูเสียได้?
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเว่ยเหวินจงต้องบอกทหารรักษาการณ์เมืองเทียนหูว่าอวิ๋นเจิงสมคบคิดกับตู๋กูเช่อ ก่อกบฏยกทัพขึ้นต่อต้านแน่
เมื่อยังไม่รู้ความจริง ทหารรักษาการณ์เมืองเทียนหูย่อมยืนอยู่ข้างเว่ยเหวินจง
“ไม่เป็นไร!”
อวิ๋นเจิงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ก็แค่จับตัวมันช้าไปสักสองสามวัน มันหนีไม่พ้นหรอก ไปเถิด พวกเราไปเมืองเทียนหูกันก่อน!”
“ดี!”
ฉินชีหู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าจะถลกหนังไอ้สารเลวเว่ยเหวินจงให้ได้!”
พวกเขาเร่งรุดเดินทางมาโดยไม่หยุดพัก ก็เพื่อจัดการคนชั่วอย่างเว่ยเหวินจงมิใช่หรือ?
ทั้งสามไม่ได้พักที่กองรักษาการณ์จิ้งอันนานนัก เพียงเปลี่ยนม้าก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองเทียนหูอย่างเร่งด่วน
