“พี่สามมาเยือนถึงที่ นับเป็นเกียรติแก่เรือนอันต่ำต้อยยิ่งนัก!”
อวิ๋นเจิงเดินออกมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางตรงเข้าไปหาอวิ๋นลี่
“น้องหกจะเกรงใจกันไปไย!”
อวิ๋นลี่หัวเราะหึ ๆ “น้องหก พี่สามไม่อ้อมค้อมแล้วนะ พี่สามกับหยวนกุยก็สนิทสนมกันอยู่บ้าง เห็นแก่หน้าพี่สาม เจ้าก็ละเว้นหยวนกุยสักครั้งเถิด ดูสิ บิดาเขาทุบตีจนกลายเป็นสภาพใดแล้ว”
กล่าวจบ อวิ๋นลี่ก็ชี้ไปยังหยวนกุยที่ยืนหน้าบวมช้ำอยู่ด้านข้าง
หยวนฉงลงมือหนักจริง ๆ
ที่สำคัญคือคราวนี้หากไม่ลงมือให้หนักก็คงไม่ได้แล้ว
พอได้ยินคำของอวิ๋นลี่ อวิ๋นเจิงก็เผยสีหน้าตัดพ้อขึ้นมาทันที “พี่สามหลอกข้า!”
“หา?”
อวิ๋นลี่ชะงักงันกับคำพูดที่จู่ ๆ ก็โพล่งออกมาของเขา “น้องหก หมายความว่าอย่างไร พี่สามฟังไม่เข้าใจ”
“เมื่อหลายวันก่อน ตอนพี่สามมาขอโทษข้า พี่สามพูดมิใช่หรือว่า ต่อไปหากผู้ใดรังแกข้า พี่สามจะออกหน้าแทน!” อวิ๋นเจิงจ้องอวิ๋นลี่อย่างขุ่นเคือง “บัดนี้หยวนกุยปล่อยข่าวลือในเมือง หวังเอาชีวิตข้า พี่สามไม่เพียงไม่ออกหน้าแทนข้า กลับช่วยหยวนกุยเสียอีก!”
“ข้า...”
อวิ๋นลี่ชะงักไปเล็กน้อย ชั่วขณะหนึ่งถึงกับพูดไม่ออก
ขณะที่อวิ๋นลี่กำลังคิดว่าจะตอบอย่างไร อวิ๋นเจิงก็จ้องเขม็งมาที่อวิ๋นลี่ “พี่สาม ข้าเข้าใจแล้ว!”
“เข้าใจอะไรอีก?”
อวิ๋นลี่งุนงง
อวิ๋นเจิงมองอวิ๋นลี่ด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว “เมื่อครู่พี่สามบอกว่าสนิทกับหยวนกุย! ข่าวลือที่ใส่ร้ายข้า พี่สามเป็นคนสั่งให้หยวนกุยปล่อยออกมา!”
