อวิ๋นเจิงฉวยโอกาสเอาเปรียบเสิ่นลั่วเยี่ยนจนพอใจแล้ว จึงลุกขึ้นจากเตียงอย่างสดชื่นแจ่มใส
เสิ่นลั่วเยี่ยนเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ ซุกตัวอยู่บนเตียงไม่ยอมลุก ตั้งใจรอให้สีหน้ากลับเป็นปกติก่อนค่อยลุกขึ้น
หากออกไปยามนี้ แล้วเย่จื่อกับคนอื่นเห็นสีหน้าของนางเข้า นางคงถูกพวกเขาล้อเลียนเป็นแน่
หลังซินเซิงปรนนิบัติอวิ๋นเจิงล้างหน้าแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินออกมา ท้องฟ้าด้านนอกเพิ่งเริ่มสาง
ซั่วเป่ยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เวลานี้ฟ้าสว่างช้าและมืดเร็ว
อีกไม่นาน กลางวันจะยิ่งสั้นลง เหลือเพียงห้าหกชั่วยาม
อวิ๋นเจิงกำลังจะไปยืดเส้นยืดสายที่ลานเรือน พลันเห็นบ่าวหลายคนถือไม้กวาดปัดผนังในห้องไปมา
“พวกเขากำลังทำอะไรกัน?”
อวิ๋นเจิงมองซินเซิงอย่างงุนงง
ในห้องนี้ก็ไม่มีหิมะปลิวเข้ามาเสียหน่อย!
แล้วพวกเขาจะกวาดผนังไปมาทำไม?
“พวกเขากำลังกวาดคราบขาวบนผนังเจ้าค่ะ”
ซินเซิงตอบว่า “ช่วงนี้ในห้องชื้นอยู่บ้าง คราบขาวบนผนังจึงขึ้นมากมาย หลายวันก่อนเพิ่งกวาดไป แต่กลับขึ้นมาอีกไม่น้อย เมื่อวานฮูหยินจื่อสั่งไว้ว่าให้ทุกคนกำจัดคราบขาวบนผนังให้หมดในเช้าวันนี้...”
ซินเซิงยังคงพูดเจื้อยแจ้วอยู่ตรงนั้น ทว่าในใจอวิ๋นเจิงกลับสะดุ้งวาบ
คราบขาว?
ผนังดี ๆ จะมีคราบขาวขึ้นมาได้อย่างไร?
นี่มันคราบขาวที่ไหนกัน!
นี่มันดินประสิวต่างหาก!
ดินประสิว!
วัตถุดิบสำคัญในการทำดินปืน!
“หยุด! หยุดให้หมด!”
อวิ๋นเจิงตื่นเต้นอย่างยิ่ง รีบร้องห้ามบ่าวทุกคน
ทุกคนหยุดมือทันที ต่างมองอวิ๋นเจิงอย่างงุนงง ในใจก็รู้สึกกระวนกระวายอย่างไม่มีสาเหตุ เกรงว่าองค์ชายหกจะเห็นว่าพวกตนทำงานไม่ดีจึงสั่งให้หยุด
