“ข้าน้อยชุยจิ้งเต้า คารวะท่านอ๋อง!”
ชุยจิ้งเต้าข่มเพลิงโทสะในใจไว้ ฝืนก้มกายคำนับ
คนหลายคนที่ติดตามชุยจิ้งเต้ามาก็พากันก้มกายคำนับตาม
“แม้แต่ธรรมเนียมคำนับยังทำไม่เป็น ยังกล้ามาเป็นทูตอีกหรือ?”
อวิ๋นเจิงทอดสายตามองชุยจิ้งเต้าอย่างเกียจคร้าน
ชุยจิ้งเต้ากล่าวว่า “ท่านอ๋องมิใช่จักรพรรดิแห่งต้าเฉียน ข้าน้อย...”
“ข้าไม่ใช่จักรพรรดิแห่งต้าเฉียนจริง ๆ”
อวิ๋นเจิงตัดบทชุยจิ้งเต้า “ข้าเป็นเพียงผู้ชนะเท่านั้น!”
ผู้ชนะหรือ?
สีหน้าของชุยจิ้งเต้าชะงักไปเล็กน้อย “ท่านอ๋องยังตีว่านอันไม่แตก แล้วจะกล่าวว่าเป็นผู้ชนะได้อย่างไร?”
“ว่านอันหรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มเยาะ “เอาเถิด ข้าคร้านจะพูดกับเจ้าแล้ว พวกเจ้าจงกลับว่านอันไปเสีย! เมื่อข้าตีว่านอันแตก หากพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าค่อยรับพวกเจ้าอีกครั้ง ส่งแขก!”
กล่าวจบ อวิ๋นเจิงก็โบกมือให้ทหารองครักษ์เชิญคนเหล่านั้นออกไปทันที
“ไป!”
ทหารองครักษ์ก้าวเข้ามาโดยไม่ไว้หน้า เริ่มขับไล่พวกเขา
“ช้าก่อน!”
ชุยจิ้งเต้าใจหายวาบ รีบกล่าวว่า “ข้าน้อยเป็นตัวแทนจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หลี มาหารือเรื่องสงบศึกกับท่านอ๋อง!”
ยามนี้เขาไม่สนใจคำกำชับของหวังชื่อแล้ว ทั้งไม่คิดถ่วงเวลาอีกต่อไป
เขาเพียงต้องการทราบเงื่อนไขสงบศึกของอวิ๋นเจิงโดยเร็ว จะได้ควบม้ากลับไปแจ้งสถานการณ์ที่เพิ่งพบแก่หวังชื่อ
เวลาที่เหลือให้พวกเขามีไม่มากแล้ว!
หากเกาเฉวียนตกลงกับอวิ๋นเจิงได้ บางทีพวกเขาอาจไม่มีแม้แต่โอกาสยอมจำนน
“สงบศึก?”
อวิ๋นเจิงหัวเราะเยาะ “ที่นี่ไม่มีการสงบศึก มีแต่การยอมจำนน!”
มีแต่การยอมจำนนหรือ?
ชุยจิ้งเต้าลอบขมขื่นในใจ ก่อนหยั่งเชิงถามอีกครั้งว่า “หากราชวงศ์หลียอมจำนน ท่านอ๋องจะปฏิบัติต่อราชวงศ์หลีเช่นไร?”
