ท้ายที่สุดอวิ๋นเจิงก็ไม่ได้ไปช่วยฮ่องเต้เหวินยกสุรา
คำพูดของคนเมา ฟังผ่านหูก็พอ
สุดท้ายฮ่องเต้เหวินกับฉินลิ่วก่านเมาจนไม่ได้สติ
หลังจากพาทั้งสองกลับไปพักผ่อนในห้อง อวิ๋นเจิงก็สั่งกำชับองครักษ์หน้าพระที่นั่งสองสามประโยคก่อนจากไป
เมื่อกลับถึงจวน อวิ๋นเจิงก็กลัดกลุ้มใจอย่างยิ่ง
เย่จื่อเข้ามาถามไถ่ ครั้นได้รู้ต้นสายปลายเหตุ นางก็ขมวดคิ้วตามไปด้วย
หากฉินลิ่วก่าน จอมอันธพาลอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉียนยื่นมือเข้ามายุ่ง เรื่องนี้คงมีตัวแปรมากมาย
“เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”
เย่จื่อถามด้วยความกังวล
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
อวิ๋นเจิงนวดขมับอย่างปวดศีรษะ “คอยดูสถานการณ์ไปก่อนเถิด ยามนี้คงต้องรับมือไปตามสถานการณ์”
ใครจะคิดว่าจู่ ๆ จะมีเจ้าคนแก่จอมเสเพลโผล่มากลางทางเช่นนี้!
นี่มันเคราะห์ร้ายจากฟากฟ้าชัด ๆ!
เย่จื่อมองเขาอย่างทั้งขำทั้งจนใจ ก่อนพยักหน้าเอ่ยว่า “ยามนี้คงทำได้เพียงเท่านี้”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า แล้วถามอีกว่า “เจ้ารู้เรื่องเก่า ๆ ระหว่างเจ้าคนแก่จอมเสเพลกับเสด็จพ่อหรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้าไม่ค่อยรู้”
เย่จื่อส่ายหน้า “หากเจ้าอยากรู้ ก็ลองถามแม่สามีของข้าดู นางน่าจะรู้อยู่บ้าง”
“ก็ได้”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าเบา ๆ ไว้มีโอกาสค่อยถามแล้วกัน
อย่างไรเสีย รู้เพียงว่าเสด็จพ่อทรงไว้วางใจเจ้าคนแก่จอมเสเพลผู้นั้นอย่างยิ่งก็พอ
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นอีกว่า “เหลืออีกกี่วันจะถึงวันแต่งงานของข้ากับลั่วเยี่ยน?”
“หา?”
ใบหน้างามของเย่จื่อกระตุกอย่างแรง “แม้แต่เรื่องนี้เจ้าก็ยังไม่รู้หรือ?”
อวิ๋นเจิงยิ้มเจื่อน “ข้าเพียงไม่ได้ตั้งใจจดจำเรื่องนี้”
