วันถัดมา อวิ๋นเจิงกับตู๋กูเช่อจัดงานเลี้ยงเชิญเหล่าแม่ทัพระดับกลางและระดับสูงของด่านเป่ยลู่ตามแผน
เมื่องานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง ตู๋กูเช่อก็แจ้งเรื่องเว่ยเหวินจงสมคบคิดกับศัตรูแก่ทุกคน ทั้งยังบอกอย่างเปิดเผยว่า นับจากนี้ไปกองทัพเป่ยฝู่จะอยู่ภายใต้การบัญชาการของอวิ๋นเจิง
คำพูดของตู๋กูเช่อทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันใด
กระทั่งถึงยามนี้ เหล่าแม่ทัพจึงเข้าใจว่าอวิ๋นเจิงกับพวกหมายชิงอำนาจจริง ๆ
หลังจากอวิ๋นเจิงกับตู๋กูเช่ออธิบายสถานการณ์เบื้องหน้าแก่เหล่าแม่ทัพอย่างอดทน แม่ทัพครึ่งหนึ่งเลือกทำตามคำสั่งของอวิ๋นเจิง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งยอมตายแต่ไม่ยอมสยบ
แม่ทัพที่ยอมตายแต่ไม่ยอมสยบเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานหรือศิษย์ของแม่ทัพในราชสำนัก
คิดจะเกลี้ยกล่อมคนเหล่านี้ให้ยอมสวามิภักดิ์ ย่อมเป็นเรื่องยากยิ่ง
อวิ๋นเจิงจนปัญญา ทำได้เพียงสั่งให้คุมขังพวกเขาไว้ชั่วคราว พร้อมยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า นอกจากกักบริเวณแล้วจะไม่ทำให้พวกเขาลำบากใจเป็นอันขาด ทั้งสุราและเนื้อสัตว์ก็จะไม่ขาดแคลน
หลังส่งคนเหล่านั้นเข้าคุกแล้ว อวิ๋นเจิงก็กล่าวกับเหล่าแม่ทัพที่เลือกสวามิภักดิ์ว่า “แม่ทัพทุกท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เปิ่นหวังจะเปลี่ยนองครักษ์ติดตามข้างกายพวกท่าน!”
“เปิ่นหวังไม่ปิดบังพวกท่าน เปิ่นหวังเกรงว่าพวกท่านอาจเพียงแสร้งทำตามคำสั่ง แต่ลับหลังกลับก่อเรื่องบางอย่างขึ้นมา”
“ความสำคัญของด่านเป่ยลู่ เปิ่นหวังเคยบอกทุกท่านไปแล้ว! เปิ่นหวังไม่มีเจตนาชักดาบกับเสด็จพ่อ ดังนั้นด่านเป่ยลู่จะเกิดปัญหาใดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด!”
“ขอเปิ่นหวังทำตัวเป็นคนคิดร้ายก่อนสักครั้ง เมื่อสถานการณ์มั่นคงแล้ว เปิ่นหวังจะรินสุราให้ทุกท่านด้วยตนเองเพื่อขอขมา!”
