องครักษ์เงามิได้รั้งอยู่ในจวนอ๋องนานนัก
หลังส่งจดหมายลับของฮ่องเต้เหวินให้อวิ๋นเจิงแล้ว องครักษ์เงาก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ยามเสิ่นลั่วเยี่ยนและพวกนางพบอวิ๋นเจิง เขากำลังอ่านจดหมายลับของฮ่องเต้เหวิน
บนใบหน้ายังมีแววเย้ยหยันอยู่หลายส่วน
เห็นสีหน้าของอวิ๋นเจิงแล้ว สตรีทั้งสามก็คลายใจลงเล็กน้อย
ดูท่าแล้วคงมิใช่เรื่องร้าย
อย่างน้อยก็มิใช่เรื่องร้ายแรง
“ผู้ใดส่งจดหมายมา?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนก้าวเข้าไปถาม
“ไปเถิด เข้าไปคุยกันในห้อง”
อวิ๋นเจิงยิ้ม พลางลุกขึ้นพาสตรีทั้งสามไปยังห้องด้านใน
เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว อวิ๋นเจิงก็ส่งจดหมายลับของฮ่องเต้เหวินให้ทั้งสามอ่านต่อกัน
สตรีทั้งสามยืนล้อมวง ตรวจดูเนื้อความอย่างละเอียด
ครั้นเห็นข้อความในจดหมาย พวกนางก็พลันรู้สึกโกรธเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าท่ามกลางความโกรธ กลับอดขบขันมิได้
“คนโง่อย่างอวิ๋นลี่คิดจะปองร้ายท่านด้วยหรือ?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนทำสีหน้าเหยียดหยาม พลางหยิบคำที่ได้ยินจากอวิ๋นเจิงมาใช้
อวิ๋นลี่กำลังวางแผนอย่างประณีต ส่วนฮ่องเต้เหวินกลับลอบส่งคนมาแจ้งข่าวแก่อวิ๋นเจิง
จนบัดนี้อวิ๋นลี่ก็ยังไม่รู้ว่าตนกลายเป็นหมากที่ถูกทอดทิ้งไปแล้ว ยังหลงคิดว่าตนทำได้ดีอยู่เลย!
“อย่าพูดถึงพี่สามเช่นนั้นสิ พี่สามเป็นคนดี!”
อวิ๋นเจิงยิ้มกริ่ม ก่อนตบสะโพกเสิ่นลั่วเยี่ยนเบาๆ อีกครั้ง
เสิ่นลั่วเยี่ยนหน้าแดงระเรื่อ ปัดมือซุกซนของอวิ๋นเจิงออก แล้วกล่าวอย่างจนใจว่า “อย่างเขาน่ะหรือคนดี?”
“เหตุใดจะมิใช่คนดีเล่า?”
รอยยิ้มบนใบหน้าอวิ๋นเจิงเบิกบานยิ่ง “เดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ พี่สามยังอุตส่าห์นำม้าศึกมามอบให้พวกเรา! หากผู้ใดกล่าวว่าพี่สามมิใช่คนดี ข้าจะเอาเรื่องผู้นั้น!”
