“ทูลท่านอ๋อง มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเรา!”
เพิ่งมาถึงบริเวณใกล้ภูเขาเทพหมาป่า หน่วยลาดตระเวนเบื้องหน้าก็ส่งข่าวมา
“มีคนประมาณเท่าใด?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถาม
“ราวหนึ่งพันคนพ่ะย่ะค่ะ!”
หน่วยลาดตระเวนตอบ “ยังมีกระโจมหลังใหญ่ที่ใช้ม้าหลายตัวลากมาด้วย คงเป็นกระโจมหลวงของเป่ยหวนพ่ะย่ะค่ะ!”
“กระโจมหลวง?”
เมี่ยวอินร้องอุทานอย่างตกใจ นางหันมองอวิ๋นเจิง “หรือว่าเจียเหยาจะต้อนรับท่านด้วยพิธีรับรองต้าฉานอวี๋แห่งเป่ยหวน?”
ระหว่างทางที่พวกเขาเดินทางมา ก็ผ่านชนเผ่าของเป่ยหวนไม่น้อย
เจียเหยาคงได้รับข่าวแล้วว่าอวิ๋นเจิงมุ่งหน้าสู่ทุ่งหญ้า
การที่เจียเหยาส่งคนมาต้อนรับอวิ๋นเจิงนั้นไม่นับว่าแปลก
แต่ถึงกับลากกระโจมหลวงมาด้วย ย่อมเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
“ข้าไปดูหน่อย!”
อวิ๋นเจิงเองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง เขาควบม้าไปยังเนินเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลทันที
เมี่ยวอินส่งสายตาให้เสิ่นควน แล้วตามไปติด ๆ
“ทุกคนเตรียมระวัง!”
เสิ่นควนออกคำสั่งทันที
แม้อวิ๋นเจิงกับเจียเหยาจะดูสนิทสนมกันราวกับยางประสานไม้ ทว่าก่อนจะรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาย่อมประมาทมิได้
ไม่นานอวิ๋นเจิงก็ควบม้าขึ้นไปถึงเนินเขา เขาหยิบกล้องส่องทางไกลออกมามองไปยังที่ไกล
ผ่านกล้องส่องทางไกล อวิ๋นเจิงมองเห็นกระโจมทรงกลมหลังใหญ่ได้อย่างชัดเจน
กระโจมหลังนั้นเป็นสีทอง ทั้งยังมีธงสองผืนปักอยู่ โบกสะบัดตามแรงลม
เพียงกวาดตามองคร่าว ๆ ก็เห็นม้าหลายสิบตัวกำลังลากกระโจมหลังนี้มา
โชคดีที่นี่เป็นทุ่งหญ้าซึ่งพื้นราบและกว้างขวาง
