ชั่วพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเข้าสู่ปลายเดือน 11 แล้ว
อวิ๋นเจิงและคณะออกเดินทางไปยังมู่โจวอย่างเป็นทางการ
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ฉินชีหู่ก็ตัดสินใจไม่ร่วมเดินทางไปด้วย
ตามคำกล่าวของฉินชีหู่ เขาเป็นคนพูดจาไม่เก่ง หากไม่ระวังอาจเผลอพูดผิดขึ้นมาได้ ยิ่งถ้ามีคนมากมายอยู่ด้วย แล้วปากซื่อ ๆ ของเขาเผลอพูดอะไรผิดไปสักคำ เรื่องคงพังไม่เป็นท่า
ฉินชีหู่ถึงกับเตรียมเหตุผลไว้เรียบร้อยแล้ว
ยามนี้เขากำลังนำทัพรักษาการณ์อยู่ที่เจินโจวและเหอโจว ทั้งยังมิได้อยู่ในซั่วเป่ย
ฉินชีหู่ยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า อวิ๋นเจิงจึงไม่สะดวกจะเกลี้ยกล่อมอีก ทำได้เพียงปล่อยให้เป็นไปตามใจเขา
ครานี้เหมิงตัว จู่หลู่ และฉีเหยียน ผู้เป็นต้าฉานอวี๋แห่งเป่ยหวนในนาม ล้วนร่วมเดินทางไปด้วย
ยามนี้พวกเขายังมีกำลังพลจำนวนมากอยู่ในฟู่โจว อวิ๋นเจิงจึงมิได้ใช้กองทัพอาภรณ์โลหิตเป็นองครักษ์ติดตามอีก
ทว่าเที่ยวนี้เขาพาครอบครัวมาด้วย จึงยังต้องระมัดระวังให้มาก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจัดองครักษ์ติดตามให้เหมิงตัว จู่หลู่ และฉีเหยียน คนละ 500 นาย
พวกเขาล้วนเป็นหัวหน้าเผ่า การนำองครักษ์ติดตาม 500 นายมาด้วยก็นับว่าสมเหตุสมผล!
นอกจากนี้ เขายังสั่งให้ชวีจื้อไปเกณฑ์ทหารม้าชั้นยอด 5,000 นายจากจวีผิงล่วงหน้า เพื่อเพิ่มกำลังพลในจวีผิงให้ครบ 10,000 นาย
ขณะเดียวกัน เขายังสั่งคนให้จับตาความเคลื่อนไหวของกองทัพราชสำนักที่อยู่โดยรอบฟู่โจวอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้มั่นใจว่าหากกองทัพราชสำนักมีความเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย เขาจะได้รับข่าวทันที
ระหว่างทาง อวิ๋นเจิงและคณะเดินทางกันไม่เร็วนัก
ด้วยเกวียนหลายคันที่จางซวีปรับปรุงขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับพวกเขาปูฟูกหนา ๆ ไว้ในเกวียน เสิ่นลั่วเยี่ยนกับบุตรสาวจึงไม่ค่อยรู้สึกไม่สบาย
