เมื่อได้ฟังคำของอวิ๋นเจิง หลายคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิด
ต้องยอมรับว่าความกังวลของอวิ๋นเจิงใช่ว่าจะไร้เหตุผล
หากกองทัพเป่ยฝู่สูญเสียกำลังพลที่พร้อมรบไป เป่ยหวนก็จะบุกตีเมืองและยึดป้อมปราการได้ง่ายขึ้นมาก
ฉินชีหู่เองก็ครุ่นคิดอย่างจริงจัง
เขาเป็นผู้รู้ความในบางเรื่อง
ฮ่องเต้เหวินคิดใช้ประโยชน์จากอวิ๋นเจิงเพื่อบั่นทอนกำลังพลที่พร้อมรบของเป่ยหวน แล้วเหตุใดเป่ยหวนจะบั่นทอนกำลังพลที่พร้อมรบของกองทัพเป่ยฝู่ไม่ได้เล่า?
ไม่จำเป็นต้องมากมาย ขอเพียงตีทหารประจำการของกองทัพเป่ยฝู่ให้แตกพ่ายไปเจ็ดแปดหมื่นนาย พอถึงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ต้าเฉียนก็อาจไร้กำลังบุกโจมตีแล้ว
มิใช่ว่าไร้กำลังจะบุก แต่เป็นเพราะขวัญกำลังใจถูกทำลายจนหมดสิ้น
“องค์ชายหกกล่าวได้มีเหตุผล!”
ฉินชีหู่รีบแสดงความเห็นพ้อง ก่อนจะถามอวิ๋นเจิงอย่างสงสัย “นี่เป็นความคิดของท่าน หรือว่า...”
อวิ๋นเจิงรู้ว่าเขาอยากถามสิ่งใด จึงบุ้ยใบ้ไปทางเสิ่นลั่วเยี่ยนที่อยู่ข้างกาย
เป็นเสิ่นลั่วเยี่ยนคิดได้จริง ๆ ด้วย!
ฉินชีหู่หัวเราะเจ้าเล่ห์ ขยิบตาหยอกเย้าแล้วกล่าวว่า “องค์ชายหกช่างมีวาสนาดีนัก!”
“แน่นอน!”
อวิ๋นเจิงหัวเราะตาม
ใบหน้าเสิ่นลั่วเยี่ยนร้อนผ่าวเล็กน้อย นางถลึงตาใส่อวิ๋นเจิงอย่างไม่สบอารมณ์
เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับนางด้วย?
นางไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลยสักนิด!
“แค่ก ๆ...”
เว่ยเหวินจงกระแอมสองครั้ง ขัดจังหวะอวิ๋นเจิงกับฉินชีหู่ที่กำลังพูดคุยหัวเราะกัน “ความหมายของท่านอ๋องคือ พวกเราควรเลือกตั้งรับโดยไม่จัดวางกำลังใด ๆ หรือ?”
“เรื่องนี้...”
