“ท่านแน่ใจหรือว่าเขาไม่ได้หลอกท่าน?”
หยางหุยโจวยังคงรอบคอบ จึงเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง
“แน่ใจขอรับ!”
โหวซื่อไคพยักหน้า “เขาบอกว่าสามารถสอนข้าน้อยให้ดูตรงนั้นได้เลย! รอจนข้าน้อยดูจนเข้าใจแล้วค่อยจ่ายเงินให้เขาก็ยังไม่สาย มิฉะนั้นข้าน้อยคงไม่เชื่อเขาเป็นแน่!”
อืม เช่นนี้ก็สมเหตุสมผล!
หากสอนให้ดูต่อหน้า ก็ฟังขึ้นแล้ว
แต่ถึงกระนั้น เขาก็อดสงสัยไม่ได้
พั่งลู่ซานมีวิธีการใดกัน ถึงกล้ารับรองว่าน้ำตาลแดง 5 ชั่งจะต้องผลิตน้ำตาลขาวได้ 1 ชั่ง?
หากเป็นเรื่องจริง นี่คงเป็นหนทางทำเงินมหาศาล!
“น้ำตาลขาวทำได้ง่ายถึงเพียงนี้ เหตุใดเขาจึงมีอยู่ในมือเพียง 10 ชั่ง?”
หยางหุยโจวถามอีกครั้ง
“เขาไม่กล้าทำอย่างโจ่งแจ้งขอรับ”
โหวซื่อไคกล่าวเสียงเบา “ข้าน้อยได้ยินเขาพูดว่า ก่อนหน้านี้มีคนที่อวิ๋นเจิงไว้ใจอย่างยิ่งทรยศอวิ๋นเจิง ทั้งยังขายหนทางทำเงินมากมายออกไป! เพราะฉะนั้นอวิ๋นเจิงจึงระแวงคนเหล่านั้นมาก แม้แต่น้ำตาลแดงเขายังไม่กล้าซื้อส่งเดช เกรงว่าอวิ๋นเจิงจะสงสัย...”
คนที่ทรยศอวิ๋นเจิงหรือ?
ที่พูดถึงก็คือจางซวีมิใช่หรือ?
หยางหุยโจวลอบยิ้มในใจ แล้วก็ไม่ซักถามเรื่องนี้ต่อ เปลี่ยนไปถามว่า “เงินในมือท่านยังขาดอีก 100,000 ตำลึงหรือ?”
“ยังขาดอีกมากขอรับ”
โหวซื่อข่ายยิ้มเจื่อน “ข้าน้อยจะไปหาคนยืมเงินมากมายในคราวเดียวได้อย่างไร คงไม่มีใครยอมให้ยืมหรอกขอรับ! อีกทั้งข้าน้อยก็ไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้หนทางนี้ จึงคิดว่าจะไปขอยืมจากคนหลายคน...”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
เมื่อข้อสงสัยคลี่คลาย หยางหุยโจวก็ยิ่งรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
