ภายใต้คำเกลี้ยกล่อมอย่างจริงใจของทุกคน ในที่สุดเว่ยเหวินจงก็ไม่ได้ลงโทษตนเองด้วยการโบยทหารหกสิบไม้
ทว่าเว่ยเหวินจงกลับฟันหัวม้าศึกของตนต่อหน้าทุกคน แล้วกล่าวเตือนอย่างดุดันว่า หากผู้ใดคิดทรยศขายชาติ จะถูกประหารโดยไม่มีข้อยกเว้น!
ส่วนเว่ยซั่วกลับโชคร้ายกว่านั้น
ไม้พลองสามสิบครั้งฟาดลงบนร่างเว่ยซั่วอย่างจัง จนเนื้อหนังปริแตก
หลังจากนั้น เว่ยเหวินจงก็สั่งให้ตู๋กูเช่อรับผิดชอบตรวจสอบว่าในกองรักษาการณ์จิ้งอันและกองรักษาการณ์สุยหนิงยังมีสายลับเป่ยหวนหลงเหลืออยู่หรือไม่
ยามค่ำ เว่ยเหวินจงพักอยู่ที่จวนแม่ทัพของเว่ยซั่วชั่วคราว
หลังบ่าวรับใช้ทายาให้เว่ยซั่วเสร็จ เว่ยเหวินจงก็เดินเข้ามา
เมื่อเห็นเว่ยซั่วมีสภาพร่อแร่ราวกับคนใกล้ตาย เว่ยเหวินจงก็อดเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
“พี่ใหญ่ ท่าน...ท่านจะทำอะไร?”
เว่ยซั่วสังเกตเห็นสีหน้าของเว่ยเหวินจงผิดปกติ จึงถามด้วยความหวาดหวั่น
“แม่ทัพใหญ่พิทักษ์เหนือลงโทษเจ้าเสร็จแล้ว แต่พี่ใหญ่ของเจ้าอย่างเว่ยเหวินจงยังลงโทษไม่เสร็จ!”
เว่ยเหวินจงตวาดลั่น ไม่สนว่าเว่ยซั่วจะบาดเจ็บอยู่หรือไม่ พลันพุ่งเข้าไปทุบตีเว่ยซั่วอีกยก
เว่ยซั่วถูกซ้อมจนร้องโหยหวนไม่หยุด เอาแต่คร่ำครวญขอความเมตตา
“ไสหัวออกไป!”
เว่ยเหวินจงหันไปตวาดไล่บ่าวรับใช้ที่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว จากนั้นกำหมัดชกเว่ยซั่วต่อ
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขาดสายจากในห้อง ผู้คนที่อยู่ด้านนอกต่างก็หดคออย่างเงียบงัน
หลังซ้อมเว่ยซั่วเสร็จ เว่ยเหวินจงจึงกัดฟันคำราม “เจ้าช่างเก่งกาจเสียจริง! ถึงกับกล้าส่งสายสืบมาถึงจวนข้า!”
ครานี้เว่ยเหวินจงโกรธจริง ๆ
หากเว่ยซั่วไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของเขา เขาคงอยากฟันเว่ยซั่วทิ้งเสียตรงนั้น
