ยามนี้ เจียเหยาแทบสิ้นหวังโดยสิ้นเชิง
สำหรับนาง การมีชีวิตอยู่กลายเป็นความทุกข์ทรมานไปแล้ว
นางรู้สึกผิดต่อเสด็จพ่อ และผิดต่อราษฎรเป่ยหวน
เมื่อเห็นเจียเหยาหลั่งน้ำตาไม่ขาดสาย หัวใจของอวิ๋นเจิงก็พลันไหววูบ
กล่าวตามตรง การจงใจรังแกสตรีเช่นเจียเหยาอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เขารู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง
เขายังคงนับถือเจียเหยาอยู่ไม่น้อย
หากพวกเขาไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาต เขาอาจเคยวาดฝันว่าจะได้มีเรื่องราวหวานชื่นกับเจียเหยา
แต่น่าเสียดายที่ชะตาฟ้ากลั่นแกล้ง
สิ่งที่ตนทำลงไป ตนย่อมรู้แก่ใจ
ความแค้นระหว่างเขากับเจียเหยา ชาตินี้คงไม่มีวันคลี่คลาย
เขาสังหารบิดาและพี่ชายของเจียเหยา สองมือเปื้อนเลือดชาวเป่ยหวน
หากยังคิดหวังให้เจียเหยาวางความแค้นลง ก็คงโง่เขลาเกินไปแล้ว
“เฮ้อ...”
ฉินชีหู่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินจากไปเงียบ ๆ
บัดซบเอ๊ย!
คู่หนุ่มสาวคู่นี้กำลังทำอะไรกันอยู่!
บุรุษอกสามศอกอย่างเขาแทบจะถูกทั้งคู่ทำให้ร่ำไห้ตามแล้ว
ปล่อยให้พวกเขาทะเลาะกันไปเถิด!
เขาอย่าอยู่ดูเรื่องสนุกเลยดีกว่า
หากไม่ทันได้เห็นเรื่องสนุก กลับต้องเสียน้ำตาออกมา เช่นนั้นคงขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
เมื่อเห็นฉินชีหู่จากไป ชวีจื้อ ถงกัง และคนอื่น ๆ ต่างก็ทยอยเดินตามไป
แม้พวกเขาจะเป็นศัตรูกับเป่ยหวน แต่เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ ก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
ที่สำคัญ อวิ๋นเจิงกับเจียเหยามีฐานะเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ!
อีกทั้งเงื่อนไขที่อวิ๋นเจิงเสนอ ก็มีข้อที่ให้ยอมรับความสัมพันธ์สามีภรรยาของทั้งคู่เป็นทางการด้วย!
สามีภรรยาต้องมาลงเอยเช่นนี้ ช่างชวนให้สะเทือนใจยิ่งนัก
อวิ๋นเจิงข่มความสงสารในใจ แล้วมองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเจียเหยาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าเคยคิดว่าเจ้าฉลาดยิ่ง แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโง่เขลาได้ถึงเพียงนี้”
