“คิดเล็กคิดน้อย?”
เจียเหยาส่งยิ้มขมขื่น “เดิมทีข้าหนีไปได้ไกล และรอให้พวกเจ้าถอยทัพก่อนค่อยพาคนกลับมา แต่ยามนี้ข้ากลับเป็นฝ่ายมาหาเจ้าเพื่อขอยอมจำนน ยังจะมีแผนการอันใดอีก?”
อวิ๋นเจิงมีสีหน้าสงบนิ่ง “ในเมื่อไม่มีแผนการใด เช่นนั้นก็ส่งฉีเหยียนมาให้ข้า!”
เจียเหยาจ้องอวิ๋นเจิงเขม็ง
ชั่วขณะหนึ่ง นางอยากพุ่งเข้าใส่เขาโดยไม่สนสิ่งใด แล้วตายตกไปพร้อมกันกับอวิ๋นเจิงยิ่งนัก
ท้ายที่สุด เจียเหยาก็ยังข่มความคิดนี้ลงอย่างฝืนใจ
ยังไม่นับว่านางจะสามารถตายตกไปพร้อมกับอวิ๋นเจิงได้หรือไม่
ต่อให้นางทำได้จริง นางก็ไม่กล้าทำเช่นนั้น
หากอวิ๋นเจิงเป็นอันใดไป เหล่าลูกน้องที่กำลังเดือดดาลของเขาย่อมไม่สนผลที่จะตามมา แล้วเปิดฉากเข่นฆ่ากองกำลังต่าง ๆ บนทุ่งหญ้าอย่างโหดเหี้ยม
แม้พวกเขาจะไล่ตามไปพลางเลี้ยงม้าไปพลาง ก็ไม่มีทางละเว้นกองกำลังต่าง ๆ บนทุ่งหญ้า
ยิ่งกว่านั้น คนชราและเด็กที่อ่อนแอเหล่านั้นย่อมถูกเข่นฆ่าเป็นแน่
“หากเจ้าอยากได้ฉีเหยียนนัก เช่นนั้นข้าก็จะส่งเขาให้เจ้า!”
หลังจากพยายามข่มความวู่วามในใจลง เจียเหยาก็เลือกประนีประนอมในที่สุด “เจ้าจับข้าไว้ก่อนได้ ถึงยามนั้นจะมีคนพาฉีเหยียนมาแลกตัวข้า”
อวิ๋นเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วถามอย่างสนอกสนใจว่า “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้ากลับไปหรือ? ข้าอยากจับตัวเจ้ามาหลายครั้ง พวกเราต่างก็อยากเอาชีวิตอีกฝ่าย แล้วเหตุใดข้าต้องปล่อยเจ้ากลับไปด้วย?”
เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิง ฉินชีหู่และคนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเงียบ ๆ
แม้เจียเหยาจะเป็นฝ่ายมาขอยอมจำนน การจับนางไว้เช่นนี้จะไม่ค่อยชอบธรรมนัก
