เมื่อเห็นท่าทีของเจียเหยา เย่จื่อก็ชะงักไปเล็กน้อย
ครั้นได้สติ เย่จื่อก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“เมื่อก่อนเวลาเจ้าอาบน้ำ ไม่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติหรือ?”
เย่จื่อมองเจียเหยาด้วยรอยยิ้ม
ข้าเป็นสตรีเสียหน่อย นางจะปิดบังอะไรเล่า!
“หลังจากอายุสิบขวบ ข้าก็อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเองแล้ว!”
เจียเหยาจุ่มตัวลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงส่วนเหนือคอให้พ้นน้ำ “อาจารย์เคยกล่าวกับข้าว่า ผู้ที่นำทัพออกศึกจะเอาแต่ใจไม่ได้”
ใบหน้าของเจียเหยาแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือเพราะอากาศร้อน
มิน่าเล่า!
เย่จื่อพลันกระจ่าง “อาจารย์ที่เจ้าพูดถึงคงเป็นปันปู้กระมัง?”
“อืม”
เจียเหยาพยักหน้าเบา ๆ
“เจ้าเหมือนอวิ๋นเจิงจริง ๆ!”
เย่จื่อยิ้มบาง “อวิ๋นเจิงก็ไม่ชอบให้ผู้อื่นปรนนิบัติเช่นกัน เรื่องใดที่ทำเองได้ เขาก็มักลงมือทำเอง”
เจียเหยายิ้มฝืด ๆ “ข้าเคยได้ยินเรื่องราวในอดีตของเขามาบ้าง เขาไม่ชอบให้ผู้อื่นปรนนิบัติ คงเป็นเพราะต้องซ่อนตัวรอคอยโอกาสกระมัง?”
ในจินตนาการของนาง ยามอวิ๋นเจิงอยู่ในเมืองหลวงต้าเฉียน เขาคงระมัดระวังตัวยิ่งนัก
ไม่พูดคุยกับผู้ใดมากนัก ทั้งยังไม่ต้องการให้ใครมาปรนนิบัติ หากแสร้งอ่อนแอได้ก็แสร้งอ่อนแอ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับของตน
“ไม่ใช่เช่นนั้น เขาเพียงไม่ชอบให้ผู้อื่นปรนนิบัติเท่านั้น”
เย่จื่อยิ้มพลางกล่าวว่า “คำพูดของเขาคือ มีมือมีเท้าอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้บ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติทุกเรื่อง”
เป็นเช่นนี้เองหรือ?
