นครหลวงต้าเยวี่ย
ด้วยความช่วยเหลือจากหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณ เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเฝิงอวี้จึงยึดนครหลวงต้าเยวี่ยได้อย่างง่ายดาย
ที่จริง หน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณแทบไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงฉวยโอกาสยึดประตูเมืองในยามที่ชาวเมืองก่อจลาจลพากันหนีออกจากนครหลวงอย่างบ้าคลั่ง เปิดทางให้กองทัพของพวกเขาบุกเข้าเมืองได้อย่างรวดเร็ว
หลังสังหารทหารรักษาการณ์ที่ขัดขืนจนตัวตายไปหลายร้อยคน พวกเขาก็ควบคุมนครหลวงไว้ได้อย่างสมบูรณ์
จนถึงยามนี้ พวกเขาจึงได้รู้ว่าทหารรักษาการณ์ทั่วนครหลวงต้าเยวี่ยมีไม่ถึงสองพันนาย
ยิ่งไปกว่านั้น คนเหล่านี้ยังเป็นกำลังที่ขุนนางผู้ภักดีคนหนึ่งของแคว้นต้าเยวี่ย ซึ่งไม่ยอมหลบหนี เป็นผู้เกณฑ์ขึ้นมาอย่างเร่งด่วน
ทหารรักษาการณ์ตัวจริงในนครหลวงมีไม่ถึงสามร้อยนายด้วยซ้ำ!
ก่อนหน้านี้ ทหารรักษาการณ์เหล่านั้นติดตามโหลวอี้และสมาชิกเชื้อพระวงศ์ออกไปแล้ว
เดิมทีขุนนางผู้ภักดีผู้นั้นคิดจะพาชาวเมืองรักษานครหลวงจนถึงที่สุด
ทว่าแคว้นต้าเยวี่ยพ่ายแพ้จนมิอาจพลิกสถานการณ์ได้แล้ว ทั้งกษัตริย์ต้าเยวี่ยและสมาชิกเชื้อพระวงศ์ต่างหลบหนีไปเกือบหมด ชาวเมืองที่เหลือจึงหมดใจต่อต้าน คิดเพียงหลบหนีออกจากนครหลวง
เพื่อหนีออกจากเมือง พวกเขาถึงกับยอมต่อสู้กับทหารที่เพิ่งเกณฑ์ขึ้นมา
ท้ายที่สุด ขุนนางผู้ภักดีผู้นั้นก็จำต้องสั่งให้คนเปิดประตูเมือง ปล่อยให้ชาวเมืองหนีเอาชีวิตรอด
ด้วยเหตุนี้ คนของหน่วยสิบแปดองครักษ์วิญญาณจึงมีโอกาสชิงประตูเมืองมาได้ในคราวเดียว
ทว่าในยามที่เมืองแตก ขุนนางผู้นั้นกลับสั่งให้คนจุดไฟเผานครหลวง ก่อนจะกระโจนเข้าไปในกองเพลิงด้วยตนเอง
แม้เสิ่นลั่วเยี่ยนกับพวกจะนำทัพเข้าดับไฟได้ทันท่วงที แต่วังหลวงก็ถูกเผาไปประมาณสามส่วน ส่วนขุนนางผู้ภักดีผู้นั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน
