บนรถม้า อวิ๋นเจิงนั่งอยู่กับสตรีทั้งสามของตนอย่างสบายอารมณ์ ถึงกับพาดขาลงบนตักเมี่ยวอิน แล้วก็ฉวยโอกาสหยอกเย้าสตรีทั้งสามเป็นครั้งคราว ช่างสุขสำราญยิ่งนัก
นี่สิถึงเรียกว่าชีวิต!
ใครกันจะข้ามภพมาได้ทั้งทีแล้วเอาแต่ทุ่มเทให้การงาน?
ผู้ใดอยากเป็นผู้กอบกู้โลกก็เชิญเป็นไปเถิด อย่างไรข้าก็ไม่เป็น!
อวิ๋นเจิงคิดฟุ้งซ่านอยู่ในใจ ยอมรับอย่างสงบว่าตนไร้ความทะเยอทะยาน
เขาเพียงอยากเป็นปลาเค็มที่มีพลังพอจะปกป้องตนเอง
เมื่อเห็นสีหน้าสุขใจของอวิ๋นเจิง สตรีทั้งสามต่างกลอกตาใส่พร้อมกับหยิกเขาเบา ๆ
ทว่าอวิ๋นเจิงกลับไม่ใส่ใจ ยังคงดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนสบายที่หาได้ยากนี้อย่างเต็มที่
“ข้าสงสัยเหลือเกินว่าเจ้าพาพวกเราไปภูเขาลั่วเสียต้องมีแผนไม่ดีแน่!”
เสิ่นลั่วเยี่ยนกล่าว พลางกวาดตามองอวิ๋นเจิงกับเมี่ยวอินไปมาอย่างมีนัย
นางยังไม่ลืมเรื่องที่ทั้งสองคนก่อไว้ก่อนหน้านี้ตรงบ่อน้ำพุร้อน
เมื่อสบสายตาเสิ่นลั่วเยี่ยน แม้เมี่ยวอินผู้มีนิสัยเปิดเผยก็ยังอดหน้าแดงไม่ได้
ไม่เพียงเสิ่นลั่วเยี่ยนที่คิดเช่นนั้น แม้แต่นางเองก็คิดเช่นเดียวกัน!
นางถึงกับสงสัยว่าเจ้าคนหน้าด้านอวิ๋นเจิงคิดจะพาพวกนางทั้งสามไปทำเรื่องบัดสีที่บ่อน้ำพุร้อนพร้อมกัน
เจ้าคนเจ้าชู้นี่!
“พูดอะไรเช่นนั้น?”
อวิ๋นเจิงเหลือบตามองเล็กน้อย “เปิ่นหวังเป็นคนเช่นนั้นหรือ?”
“ถ้าเจ้าไม่ใช่ แล้วผู้ใดเล่า?”
เสียงของสตรีทั้งสามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะพากันหัวเราะคิกคัก
พวกนางรู้จักอวิ๋นเจิงมานาน มิใช่เพิ่งพบกันวันแรก
อวิ๋นเจิงเจ้าชู้หรือไม่ พวกนางจะไม่รู้ได้อย่างไร!
“พวกเจ้าคงเข้าใจเปิ่นหวังผิดไปมากแล้ว”
