รุ่งเช้าวันถัดมา อวิ๋นเจิงกับพวกก็เคลื่อนทัพถอยกลับ
ครานี้พวกเขาบุกจู่โจมเผ่าของเป่ยหวนไปถึง 4 เผ่า ทั้งยังเอาชนะกองกำลังของเจียเจียปู้ได้อีกด้วย
ยึดม้าได้เป็นจำนวนมาก
บัดนี้พวกเขาสามารถจัดม้าให้ทหารคนหนึ่งขี่ได้ถึง 2 ตัวแล้ว ส่วนคนส่วนน้อยยังมีม้าขี่ถึง 3 ตัว
หลังจากพวกเขาจากไปไม่ถึง 2 ชั่วยาม เจียเหยาก็นำทหารม้าฝีมือดี 10,000 นายมาถึงเผ่าของตน
“รีบไปปล่อยตัวคน!”
เจียเหยาออกคำสั่ง ก่อนควบม้ามุ่งไปยังแปลงปลูกมันเทศของตนทันที โดยไม่สนใจจะตรวจดูความเสียหายของเผ่า
นางภาวนาไม่หยุด ขอให้อวิ๋นเจิงกับพวกไม่เห็นสิ่งที่อยู่ในแปลงเหล่านั้นมีค่า
ภาวนาขอให้อวิ๋นเจิงอย่าได้ไร้ปรานีถึงเพียงนั้น
ไม่นาน เจียเหยาก็มาถึงแปลงปลูกมันเทศของตน
เมื่อเห็นผืนดินถูกรื้อค้นจนเละเทะ เจียเหยาก็ราวกับถูกฟ้าผ่า เกือบพลัดตกจากหลังม้า
หลังพยายามสงบสติอารมณ์ เจียเหยาก็รีบกระโดดลงจากม้า แล้วเดินโซเซมุ่งไปยังแปลงที่พังยับเยิน
หญ้าที่ปกคลุมผืนดินกระจัดกระจายไปทั่ว ดินถูกขุดคุ้ยเสียจนดูราวกับถูกสุนัขขุด
เจียเหยาทิ้งตัวลงกับพื้น ใช้มือรื้อดินอย่างลนลาน หวังจะหามันเทศที่นางฝากความหวังไว้
ทว่านางขุดดินยาวถึง 1 จั้ง ก็ยังไม่พบมันเทศแม้แต่ครึ่งหัว
ถูกขุดไปหมดแล้ว!
มันเทศที่นางลำบากตรากตรำกว่าจะได้มา ล้วนถูกอวิ๋นเจิงกับพวกขุดไปหมดแล้ว!
เจียเหยาทรุดนั่งลงกับพื้น ใบหน้าเปี่ยมความโศกแค้น
“อวิ๋นเจิง!”
“ข้าจะสังหารเจ้า!”
“ข้าจะต้องสังหารเจ้าให้ได้!”
เจียเหยาคำรามด้วยความโกรธดุจสิงโตตัวเมียคลุ้มคลั่ง
ขณะคำราม น้ำตาในดวงตาของเจียเหยาก็ร่วงลงมาราวกับไข่มุกที่สายขาด
